การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้านเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะความคิดสร้างสรรค์รายวิชาเคมีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนปะคำพิทยาคม
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.274คำสำคัญ:
สะเต็มศึกษา; , ห้องเรียนกลับด้าน; , ความคิดสร้างสรรค์; , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบทคัดย่อ
แนวคิดของทักษะในศตวรรษที่ 21 มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาในทุกระดับ ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตทั้งในด้านการศึกษาและการทำงานของผู้เรียนในอนาคต การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะความคิดสร้างสรรค์ โดยการบูรณาการให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และมีครูผู้สอนทำหน้าที่ให้คำแนะนำ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้านและ 2) ประเมินผลการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้านต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะความคิดสร้างสรรค์รายวิชาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนปะคำพิทยาคมกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนปะคำพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ จำนวน 27 คน ได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้าน จำนวน 1 แผน 9 ชั่วโมง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์แบบรูบริค จากนั้นนำข้อมูลมาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีผลการวิจัยพบว่าแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับห้องเรียนกลับด้านมีความเหมาะสมต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะความคิดสร้างสรรค์ในระดับมากที่สุด ผลการจัดการเรียนรู้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (mean=20.63,SD=2.03) สูงกว่าก่อนเรียน (mean=17.07,SD=2.50) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05และมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในระดับดี (mean=9.33, SD=1.37)
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ วิเชียรสร้าง. (2561). ผลของการจดัการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา ที่มีต่อผลสมัฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาเคมี ความสามารถในการแกปัญหาและความพงึพอใจต่อการ จัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
ธนทร บับพาน. (2561). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดห้องเรียนกลับทางสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารครุพิบูล. มหาวิทยาลัยบูรพา
พรทิพย์ ศิริภัทราชัย. (2556). STEM Education กับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารนักบริหาร: 49-56.
พิมพ์ดาว นัดกล้าณรงฤทธิ์. (2562). การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนด้วยรูปแบบห้องเรียนกลับด้าน. คณะครุศาสตร์. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. (2553). คู่มือการจัดระบบการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้. โรงพิมพ์เทียนวัฒนา พริ้นท์ติ้ง
วธัญญู พิชญภูสิทธิ และ คณะ. (2563). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาเคมี เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีตามแนวทางสะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
วิสาขะ เยือกเย็น. (2561). ผลการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรื่องไฟฟ้าเคมี. คณะวิทยาศาสตร์. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2557). สะเต็มศึกษา(STEM Education). กรุงเทพฯ: สสวท.กระทรวงศึกษาธิการ.
อรวลัญช์ ผ่องบุรุษ. (2559). การเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่องสมบัติบางประการของของเหลวและสารละลายโดยใช้วิธีการสอนแบบ STEM ศึกษา. สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
อัญธิชา แสนทวีสุข. (2563). ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ทาง วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ในรายวิชาชีววิทยา เรื่องโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์. สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิต.
Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: Reach every student in every class every day. Eugene, OR: International Society for Technology in Education.
Good, Carter V. (1973). Dictionary of Education (3rd ed). New York: McGraw-Hill.
Guilford, J.P. (1967). The Nature of Human Intelligence. New York: McGraw-Hill Book Co.
Mayasari, T., Kadarohman, A., Rusdiana, D., & Kaniawati, I. (2016). Exploration Of Student’s Creativity by Integrating STEM. Proceedings of International Seminar on Mathematics, Science, and Computer Science Education, p. 1-5.
Rodriguez, G., Diez, J., Perez, N., Banos, J., & Carrio, M. (2019). Flipped classroom: Fostering creative skills in undergraduate students of health sciences. ScienceDirect.
Wibawa, B., & Kardipah, S. (2018). The Flipped-Blended Model for STEM Education to Improve Student Performances. International Journal of Engineering & Technology, p. 1006-1009.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Boossadee Dusita, Angkana Chatkon

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





