แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2

ผู้แต่ง

  • อดิศักดิ์ เผยศิริ คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย https://orcid.org/0009-0004-3935-3329
  • สายัณห์ ผาน้อย คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย https://orcid.org/0009-0003-1202-873X
  • จิราพร วิชระโภชน์ คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย https://orcid.org/0009-0007-5365-6205

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286828

คำสำคัญ:

การพัฒนา, การบริหาร, การมีส่วนร่วมของสถานศึกษา

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การบริหารแบบมีส่วนร่วมช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในการพัฒนาสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำให้การบริหารมีความโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของโรงเรียนมากขึ้น การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 รวมทั้งสิ้น 331 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยเปิดตารางเทียบหากลุ่มตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตอบสนองคู่ ชนิด 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้เทคนิค Modified Priority Needs Index (PNI modified) ในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น

ผลการวิจัย: พบว่า 1) สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษานั้น สภาพปัจจุบัน โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.11 ส่วนสภาพที่พึงประสงค์การบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.83 และความต้องการจำเป็นโดยรวม มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น PNI Modified = 0.553 เรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการการวางแผน ด้านการดำเนินการ ด้านการตัดสินใจ และด้านการติดตามผลและประเมินผล ตามลำดับ 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา ประกอบด้วย 4 ด้าน 20 แนวทาง โดยรวมมีผลการประเมินความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.80 และความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.74

สรุปผล: การบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 มีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งเน้นการร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการตัดสินใจร่วมกันในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษาของนักเรียน การพัฒนาการบริหารรูปแบบนี้ช่วยให้สถานศึกษามีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนในการพัฒนา ทั้งในด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้บริบทที่เหมาะสมกับพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงของสังคม

เอกสารอ้างอิง

จิตรา แก้วมะ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

ชมาภรณ์ โสวพันธ์. (2565). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาในการบริหารจัดการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุ ศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ชาฤนี เหมือนโพธิ์ทอง. (2554). การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ณัฐวัฒน์ สุขเกษม. (2564). การติดตามผลและการประเมินผลที่เป็นระบบในการบริหารโรงเรียน. วารสารการศึกษาปฐมวัยและการพัฒนา, 32(1), 12-24.

เดือนเพ็ญ ยลไชย. (2562). การบริหารแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

ทวีนันท์ วิทักษบุตร. (2565). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานในการบริหารงานสถานศึกษาในโรงเรียนเฉพาะความพิการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สังกัดสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ธร สุนทรายุทธ. (2551). การบริหารจัดการเชิงปฏิรูป: ทฤษฎี วิจัยและปฏิบัติทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : เนติกุลการพิมพ์.

ธันยาภัทร์ เทียนธนาทิพย์. (2563). การพัฒนาแนวทางการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติภารกิจในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ธีรกุล พงษ์จงมิตร. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. พิมพ์ครั้งที่10. กรุงเทพฯ : บริษัท สุวีริยาสาส์น จำกัด.

ปิยฉัตร ธีรานันท์. (2565). การใช้ข้อมูลเชิงสถิติในการตัดสินใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารโรงเรียน. วารสารการศึกษาพัฒนาการ, 35(2), 100-112.

พัชรีพร พรหมกิ่งแก้ว. (2563). แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาลเวียงพางคํา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

ศิริพร แก้วมณี. (2563). การวางแผนแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการศึกษาและพัฒนาการ, 29(4), 45-58.

สมชาย แก้วประเสริฐ. (2564). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการบริหารโรงเรียน. วารสารการศึกษาพื้นฐาน, 28(3), 123-135.

สมนึก ภัททิยธนี. (2551). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กาฬสินธุ์ : ประสานการพิมพ์.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2567. กลุ่มแผนและนโยบาย. สพป.ชัยภูมิ เขต 2.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). การจัดระบบบริหารและสารสนเทศภายในสถานศึกษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมชุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). คู่มือการดำเนินงานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ :แม็กซ์พอยท์.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการมีส่วนร่วม. สำนักงานติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2561). คู่มือการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม : เทคนิควิธีและการนำไปสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2561). คู่มือการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม : เทคนิควิธีและการนำไปสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561 – 2580. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ.

อาภาภรณ์ วงศ์ประเสริฐ. (2563). การประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนด้วยเครื่องมือมาตรฐาน. วารสารการศึกษาและนวัตกรรม, 27(4), 50-62.

Krecie, R. V.; & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Journal of Education and Psychological Measurement. 4(5), 608-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-11-15

รูปแบบการอ้างอิง

เผยศิริ อ., ผาน้อย ส., & วิชระโภชน์ จ. (2025). แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(6), 1–22. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.286828

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ