รูปแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยนิทานพื้นบ้าน 2 ภาษาของกลุ่มครูผู้สอนสาระภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษา กลุ่มเมืองพะเยา 1

ผู้แต่ง

  • ดารินทร อินทับทิม คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

คำสำคัญ:

รูปแบบ, ชุมชมการเรียนรู้ทางวิชาชีพ, นิทานพื้นบ้าน 2 ภาษา

บทคัดย่อ

การการพัฒนาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเป็นแนวคิดที่ได้นำมาใช้ในการพัฒนาครู เพื่อพัฒนาวิชาชีพครู พัฒนาตน และพัฒนาผู้เรียน บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอรูปแบบการพัฒนาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยนิทาน 2 ภาษาของกลุ่มครูผู้สอนสาระภาษาไทยและภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษา กลุ่มเมืองพะเยา 1 โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ กรณีศึกษา (A case study) ผู้ให้ข้อมูลได้มาจากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง คือ ครูสาระภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสาระอื่น ๆ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 คน และผู้บริหารของครูที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ การสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และการติดตามประเมินผล โดยวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ครูได้แสดงความคิดและสะท้อนความคิดเห็นได้อย่างโดดเด่นและน่าสนใจ งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าโมเดลชุมชนแห่งการเรียนรู้ด้วยนิทาน 2 ภาษา สามารถช่วยให้ครูสาระภาษาไทย ภาษาอังกฤษและสาระอื่น ๆ เรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาตน วิชาชีพ และผู้เรียนภาษา งานวิจัยนี้ยังให้ข้อเสนอแนะว่าควรนำโมเดล ฯ ไปใช้ในบริบทโรงเรียนอื่น ๆ ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ หรือมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงภายใต้โครงการของสำนักงานการอุดมศึกษา (สกอ.) และเพื่อความยั่งยืนในการสนับสนุนการใช้และขยายผลโมเดลฯ ในระยะยาว ผู้บริหารโรงเรียนและผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดพะเยาควรให้ความสำคัญและควรนำไปกำหนดในแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมไปถึงการนำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

เอกสารอ้างอิง

จิตรแก้ว พงษ์ไชย และเพ็ญวรา ชูประวัติ. (2562). กรอบแนวคิดกระบวนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านสะเต็มศึกษา. OJE, 14(2), 1-11.

จุรีรัตน์ เสนาะกรรณ. (2562). กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในยุคประเทศไทย 4.0. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 30(1), 12-23.

ณัฐธยาน์ ยิ่งยงค์. (2553). ผลการเล่านิทานพื้นบ้านจังหวัดสุโขทัยประกอบภาพที่มีต่อพัฒนาการด้านการพูดของเด็กปฐมวัย. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ณิรดา เวชชาลักษณ์. (2559). การบริหารจัดการชั้นเรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษ์ที่ 21. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 13(61), 11 - 20.

เดือนฉาย จินดา และดารินทร อินทับทิม. (2559). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับท้องถิ่นบ้านถ้ำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม จังหวัดพะเยา. ประชุมวิชาการระดับชาติเครือข่ายความร่วมมือวิชาการ-วิจัยสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครั้งที่ 9 พลังมนุษยศาสตร์ พลังสังคมศาสตร์ พลังแห่งความสุขที่ยั่งยืน. พิษณุโลก: โรงแรมท็อปแลนด์ พิษณุโลก.

นวรัตน์ ไวชมภู และสุจิตรา วรจิตร. (2560). การเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในศตวรรษที่ 21 ของอาจารย์พยาบาล. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 4(1), 265 – 279.

นิหัสลัง เจะยามา. (2554). ผลการใช้นิทานพื้นบ้านมุสลิมเป็นบทเรียนเสริมเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต การสอนภาษาไทย). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

เบญจลักษณ์ บัวภิบาล. (2547). การพัฒนาเหตุผลเชิงจริธรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ. (การค้นคว้าแบบอิสระ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ประถมศึกษา). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ปราณี อ่อนศรี. (2558). บทบาทผู้สอนต่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารพยาบาลทหารบก, 16(3), 8-13.

ผณินทรา ธีรานนท์, ดารินทร อินทับทิม, คมกฤช ตาชม และเบญจพร เทพสีหนู. (2564). โมเดลนิทานเพื่อสอนภาษาอังกฤษผ่านการบูรณาการการบริหารโครงการและการทำวิจัย: จากทฤษฏีสู่การปฏิบัติ. วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต, 15(1), 138–150.

ผณินทรา ธีรานนท์, ธีรนุช อนุฤทธิ์, จิตรลดา ศรีสุนทรไท และดารินทร อินทับทิม. (2560). คู่มือการจัดการความรู้ เรื่อง การใช้นวัตกรรมนิทานสำหรับฝึกออกเสียงภาษาไทย (พิมพ์ครั้งที่ 1). เชียงราย: สินอักษรการพิมพ์ 888.

พิมพ์พรรณ์ พูลสวัสดิ์, วรรณา บัวเกิด และสุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2557). การใช้นิทานพื้นบ้านจังหวัดสระแก้วพัฒนาการอ่านจับใจความสู่การเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบีกริม จังหวัดสระแก้ว. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 7(1), 143-158.

รพีพรรณ ธรรมจง และเสงี่ยม โตรัตน์. (2559). การพัฒนาสื่อเสริมการอ่านภาษาอังกฤษจากนิทานพื้นบ้านภาคกลาง โดยใช้โปรแกรม Hot Potatoes เพื่อส่งเสริมความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษและความตระหนักรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนนาคประสิทธิ์ อ. สามพราน จ. นครปฐม. Veridian E-Journal, Silapakorn University, 9(3), 740-755.

รสสุคนธ์ แนวบุตร และศรีกัญภัสสร์ รังษีบวรกุล. (2557). การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมการเล่านิทานพื้นบ้าน. วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ, 7(2), 1-11.

เรนุกานต์ พงศ์พิสุทธิกุล. (2552). การสร้างหนังสือพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2. (การค้นคว้าแบบอิสระ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต การสอนภาษาไทย). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

วรลักษณ์ ชูกำเนิดและเอกรินทร์ สังข์ทอง. (2557). โรงเรียนแห่งชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูเพื่อการพัฒนาวิชาชีพครูที่เน้นผู้เรียนเป็นหัวใจสำคัญ. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 25(1), 93-102.

วรลักษณ์ ชูกำเนิด, เอกรินทร์ สังข์ทอง และ ชวลิต เกิดทิพย์. (2557). รูปแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 บริบทโรงเรียนในประเทศไทย. วารสารหาดใหญ่วิชาการ, 12(2), 123–124.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: ตถาตา พับลิเคชั่น.

สามารถ จันทร์แจ่ม. (2551). การสร้างหนังสือการ์ตูนจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง “เต่าน้อยอองคำ” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. (การค้นคว้าแบบอิสระ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สุกานดา อันดี. (2559). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุดนิทานพื้นบ้าน. การประชุมทางวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 3. บุรีรัมย์:มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์.

สุพัตรา เมืองโคตร. (2556). ผลการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุดนิทานพื้นบ้านเพื่อฝึกทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์และการเขียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. พิฆเนศวร์สาร, 9(1), 119-128.

สุภาวดี จันทร์ดิษฐ์, อุรสา พรหมทา และ สมบัติ ฤทธิเดช. (2562). การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการวิจัยในชั้นเรียนโดยใช้กระบวนการ PLC โรงเรียนบ้านดงมัน อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 6(2), 111 – 128.

อรอุมา อินฟูลำ. (2551). การใช้นิทานพื้นบ้านเป็นบทเรียนเสริมเพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ เรื่องประโยคในภาษาไทยตามทฤษฏีการทำงานของสมอง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบันฑิต การสอนภาษาไทย). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

อัญชัญ เผ่าพัฒน์. (2534). การพัฒนาบทเรียนเพื่อเสริมการสอนอ่านโดยใช้นิทานพื้นบ้านในชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบันฑิต สาขาวิชาประถมศึกษา). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

อันจนา วงศ์ไชยา. (2549). การสร้างหนังสือนิทานพื้นบ้านเพื่อเสริมทักษะการอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. (การค้นคว้าอิสระ ศึกษาศาสตรมหาบันฑิต สาขาวิชาประถมศึกษา). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Darasawang P., Reinders H., Waters A. (2015) Innovation in language teaching: The Thai context. In: Darasawang P., Reinders H. (eds) Innovation in Language Learning and Teaching.London: New Language Learning and Teaching Environments. Palgrave Macmillan, 1-14.

Eksi, G. (2010). An assessment of the professional development needs of English language instructors working at a state university. (Unpublished Master’s Thesis, Middle East Technical University) Turkey: Ankara.

Harcourt, D. (2016). Re-thinking professional development: Positioning educational documentation as everyday professional learning. Australian Journal of Early Childhood, 41(4), 81 – 85.

Hord, S.M. (2009). Professional learning communities: Educators work together toward a shared purpose improved student learning. JSD, 30(1), 40-43.

Kennedy, C. (2013). Models of change and innovations. In: Hyland, K. & Wong, L. L. C. (eds.), Innovation and change in English language education, Abington: Routledge, 13-27.

Markee, N. (2013). Contexts of change. In: Hyland, K. & Wong, L. L. C. (eds.), Innovation and change in English language education. Abington: Routledge, 28-43.

Richards, J. C., & Farrell, T. S. C. (2005). Professional development for language teachers. New York: Cambridge University Press.

Stoll, L., Bolam, R., MCMahon, A., Wallace, M. and Thomas, S. (2006). Professional learning communiites: A review of the literature. Journal of Educational Change, 7, 221 – 258.

Tonjumpa, J., Inthapthim D., Puangpun, M. Namchaidi, S., Chamnankan, J. and Teeranon, P. (2018). Bilingual storytelling to develop English vocabulary pronunciation in Grade 3 and 4 students at Ban Ronng Kham School, Phayao province. Proceeding of the 11th International Conference of the Humanities and Social Sciences (HUSOC) Network: “Embodying World’s New Conditions and Values”. 25-26 th July, 2018. Chiang Mai: Imperial Mae Ping Hotel, 246-253.

Villegas-Reimers, E. (2003). Teacher Professional Development: An International Review of the Literature. Paris: UNESCO International Institute for Educational Planning.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-05-25

รูปแบบการอ้างอิง

อินทับทิม ด. (2021). รูปแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้วยนิทานพื้นบ้าน 2 ภาษาของกลุ่มครูผู้สอนสาระภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษา กลุ่มเมืองพะเยา 1. Trends of Humanities and Social Sciences Research, 9(1), 29–55. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/Humanties-up/article/view/247349

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย