การพัฒนาความสามารถในการฟัง - พูด และพฤติกรรมการกล้าแสดงออกในการเรียนรายวิชาภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร 2 โดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ

ผู้แต่ง

  • ชุลีวรรณ ปราณีธรรม วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

ความสามารถในการฟัง-พูด, พฤติกรรมการกล้าแสดงออก, กิจกรรมบทบาทสมมติ, ภาษาเยอรมัน, ความพึงพอใจ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัยในชั้นเรียนนี้ คือ 1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในรายวิชาภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร 2 2) เพื่อพัฒนาความสามารถในการฟัง – พูด และพฤติกรรมกล้าแสดงออกของนักศึกษาในการเรียนรู้ภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร 2 โดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ และ 3) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ กลุ่มเป้าหมายคือ นักศึกษาจำนวน 31 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ 2 ของปีการศึกษา 2560 ณ วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ในประมวลรายวิชา แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนการสอนโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนหลังเรียนของนักศึกษาสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน 2) ความสามารถในการฟัง – พูด และพฤติกรรมกล้าแสดงออกของนักศึกษาเพิ่มขึ้นหลังจากใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ และ 3) นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

เกศสุดา ปงลังกา. (2550). การศึกษาการใช้กิจกรรมบทบาทสมมติในการพัฒนาความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. คณะมนุษยศาสตร์. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ณิรดา เวชญาลักษณ์. (2558). การพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออกโดยใช้วิธีการแสดงบทบาทสมมติของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. วารสารครุพิบูล, 2(1), 29-36.

ตรรกพร สุขเกษม. (2554). การพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออก โดยใช้วิธีการแสดงบทบาทสมมติ ของนักศึกษาระดับชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2/2554 ในบทเรียนเรื่อง “การกำหนดนโยบายสาธารณะ”. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. กำแพงเพชร : มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

ทิศนา แขมมณี. (2550). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธีศิษฏ์ กิมอ่อน. (2554). การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกล้าแสดงออกของนักศึกษาระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 กลุ่มช่างยนต์ ห้อง AU 301 โดยใช้แบบสังเกต แบบสอบถาม และการนำเสนอหน้าชั้นเรียน โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ. คณะช่างอุตสาหกรรม. เชียงใหม่ : โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีและบริหารธุรกิจ.

ปวริศา เกษมสุข และ ทวีศักดิ์ ขันยศ. (2560). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม โดยใช้ชุดฝึกอบรมด้วยกิจกรรมบทบาทสมมติ. รายงานสืบเนื่องการประชุมสัมมนาวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ เครือข่ายบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ ครั้งที่ 17 “บูรณาการงานวิจัยสู่การพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน”. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.

มิสวไลนารถ หอตระกูล. (2557). การพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/4 โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม โดยการนำเสนอผลการค้นคว้าวิชาวิทยาศาสตร์หน้าชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : โรงเรียนอัสสสัมชัญแผนกประถม.

วราภรณ์ ทะนัน. (2557). การพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออก โดยใช้วิธีการแสดงบทบาทสมมติ ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการตลาด โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : โรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย.

ศศิภา ไชยวงค์. (2553). การใช้การสอนแบบชักชวนร่วมกับกิจกรรมบทบาทสมมติเพื่อเพิ่มพูนการฟังพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและลดความวิตกกังวลของนักเรียนในชมรมมัคคุเทศก์น้อย. คณะศึกษาศาสตร์. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ศันสนะ มูลทาดี ทวีศักดิ์ ขันยศ และ ชนม์ชกรณ์ วรอินทร์. (2559). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีแสดงบทบาทสมมุติ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 10(1), 68 – 83.

ศุภาวิณี โลหะประเสริฐ. (2556). การพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออก โดยใช้วิธีการแสดงบทบาทสมมติของนักศึกษาชั้นปี ที่1 สาขาวิชาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยว ในรายวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคเรียนที่ 1 /2556. คณะวิทยาการจัดการ. ยะลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2552). กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.

สิทธิพล อาจอินทร์. (2551, ตุลาคม - ธันวาคม). การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน. วารสารศึกษาศาสตร์, 31(4), 1-8.

สุชาดา ทิพย์มนตรี. (2556). ประสิทธิผลของการใช้การแสดงบทบาทสมมติในการสอน “ภาษาอังกฤษเพื่อการบริการ”. คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ. สุราษฎร์ธานี : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

อัฐฉญา แพทย์ศาสตร์ และ พัชรินทร์ รุจิรานุกูล. (2559). การพัฒนาพฤติกรรมกล้าแสดงออกที่เหมาะสมของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์. การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “ราชภัฏวิจัย ครั้งที่ 4”. บุรีรัมย์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

อารีรัตน์ สุขช่วง. (2557). การแก้ปัญหานักเรียนที่มีพฤติกรรมขาดการกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมในชั้นเรียนรายวิชากฎหมายพาณิชย์โดยใช้กระบวนการกลุ่ม. นครศรีธรรมราช : วิทยาลัยเทคนิคทุ่งสง.

Brummel B.J., Gunsalus C.K., Anderson K.L., Loui, M. C. (2010). Development of Role-Play Scenarios for Teaching Responsible Conduct of Research. Science and Engineering Ethics, 16(3), 573 - 589.

Chan Z. C. Y. (2012). Role-playing in the Problem-based Learning Class. Nurse Education in Practice, 12(1), 21-27.

Kilgour P., Reynaud D., Northcote M. T., Shields M. (2015). Role-playing as a Tool to Facilitate Learning, Self-reflection and Social Awareness in Teacher Education. International Journal of Innovative Interdisciplinary Research, 2(4), 8-20.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-08-23

รูปแบบการอ้างอิง

ปราณีธรรม ช. (2019). การพัฒนาความสามารถในการฟัง - พูด และพฤติกรรมการกล้าแสดงออกในการเรียนรายวิชาภาษาเยอรมันเพื่อการสื่อสาร 2 โดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ. Trends of Humanities and Social Sciences Research, 7(2), 88–105. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/Humanties-up/article/view/207811

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย