การพัฒนาแบบฝึกประกอบการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ 1
คำสำคัญ:
แบบฝึกประกอบการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ 1, ประสิทธิผลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบฝึกประกอบการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ 1 หลักสูตรใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ลงทะเบียนเรียนวิชา วิชา 146271 [1] ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ 1 [English for Business Communication I] 3 (2-2-5) (หลักสูตรใหม่) จำนวน 233 คน (ภาคการศึกษาปลาย ปกติ ประจำปีการศึกษา 2557) และ 169 คน (ภาคการศึกษาต้น AEC ประจำปีการศึกษา 2558 และภาคการศึกษาปลาย ปกติ ประจำปีการศึกษา 2558) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบฝึกหัดทักษะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนเนื้อหาที่บรรยายในคาบเรียน รวมถึงแบบทดสอบแบบ Pre-Test และ Post-Test ต่อจากนั้นได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ประสิทธิผล
ผลการวิจัยพบว่า นิสิตกลุ่มตัวอย่างส่วนมากมีคะแนนเพิ่มขึ้นหลังจากทำ Post-Test นอกจากนี้ หลังจากนิสิตตอบแบบสอบถามความพึงพอใจด้านเนื้อหาหลักและตัวอย่างเสริม บทสนทนาและตัวอย่างเสริม เนื้อหาเสริมสำหรับการทำธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมด พบในระดับ 4 (มาก) มีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ ระดับ 5 (มากที่สุด) ระดับ 3 (ปานกลาง) ระดับ 2 (พอใช้) และระดับ 1 (น้อย) ตามลำดับ ด้านคำวิจารณ์ของนิสิต พบว่า ควรลดเนื้อหาลงบ้างซึ่งหมายถึงควรมีเอกสารก่อนเพื่อใช้ประกอบการเรียน รองลงมาคือ ควรเพิ่มตัวอย่างให้มากและหลากหลายขึ้นซึ่งหมายถึงควรมีกิจกรรมเสริมคะแนนเก็บมากขึ้น รองลงมาคือ ควรมีรูปภาพประกอบเนื้อหาซึ่งหมายถึงควรเพิ่มบทสนทนาและเท่ากับควรมีการฝึกบทสนทนาจริง และสุดท้ายคือ ควรเน้นด้าน Resume (CV) กับ Business & Cover Letter เท่ากับเนื้อหาด้าน Fax
เอกสารอ้างอิง
กิดานันท์ มลิทอง. (2540). เทคโนโลยีทางการศึกษาและนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บัญชา อึ๋งสกุล. (2545). การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: หลักการ ทักษะและการปฏิบัติการ.
ประชุมพร สุวรรณตรา. (2523). การเขียนแบบสร้างสรรค์. ขอนแก่น: ภาควิชาการประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ภัทรศักดิ โอสถานุเคราะห์. (2548). ทำไมเมืองไทยจึงไร้มาตรฐานทางภาษาต่างชาติ. กรุงเทพฯ: อนิตพับบลิชชิงการพิมพ์.
ยุพาภรณ์ ชาวเชียงขวาง. (2537). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนเรียงความโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความกับการสอนปกติชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านเชียงบาน อำเภอเชียงคํา จังหวัดพะเยา. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการประถมศึกษาบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. กรุงเทพฯ.
วนิดา เพ็ญกิ่งกาญจน์. (ม.ป.ป.). (2531). เทคนิคการสอนเขียนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา. ภาควิชามัธยมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
วนิดา สุขวนิช. (2536). การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจหลักเกณฑ์ทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เกี่ยวกับการอ่านและเขียนคำควบกล้ำ อักษรนํา และตัวการันต์. การวิจัยทางการศึกษา 23, 2; หน้า 33-44.
สุโชติ ดาวสุโข และ สาโรจน์ แพ่งยัง. (2535). คู่มือการสอน. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการฝ่ายส่งเสริมการผลิตตำราและสื่อการสอน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
อดุลย์ วิริยะเดชกุล. (2540). คู่มือจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม; หน้า 52-66.
Bock, Susanne. (1993). Developing Materials for the Study of Literature. English Teaching Forum 31, 3, p. 2-4.
Breen, Michael P. (1987). Learner contribution to task design. In Language learning tasks. Englewood Cliffs: Prentice-Hall International Ltd and Lancaster University; p. 28-46.
Cronin, J. (1995). A graduate communication course for an era of global commerce: a case study. Business Communication Quarterly, 58; p. 32-39.
Dudley-Evans, T., St John, M. J. (1998). Development in English for specific purposes: a multi-disciplinary approach. Cambridge University Press.
Ribe, Ramanand and Nuria Vidal. (1993). Project work. Oxford: Hainemann; p. 82-90.
Richards et al. (1986). Approaches and methods in language teaching. Cambridge: Cambridge University Press.
Shand, Coral Jean. (2002). Primary school teachers integrate electronic storybook software into their teaching / learning practices through addressing issues of pedagogy, organization and management. M.Ed. (Admin). Sydney: University of Western Sydney; 2002..
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบข้อความในบทนิพนธ์ของตน มหาวิทยาลัยพะเยาไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับบทความที่ตีพิมพ์เสมอไป ผู้สนใจสามารถคัดลอก และนำไปใช้ได้ แต่จะต้องขออนุมัติเจ้าของ และได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน พร้อมกับมีการอ้างอิงและกล่าวคำขอบคุณให้ถูกต้องด้วย
The authors are themselves responsible for their contents. Signed articles may not always reflect the opinion of University of Phayao. The articles can be reproduced and reprinted, provided that permission is given by the authors and acknowledgement must be given.

