รูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
คำสำคัญ:
รูปแบบ, การบริหารจัดการระบบคุณภาพ, โรงเรียนมาตรฐานสากล, ประถมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพ และแนวทางของการบริหารจัดการ ระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ 3) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
วิธีดำเนินการวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ 1) การศึกษาสภาพ และแนวทางในการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยการวิเคราะห์และสังเคราะห์เอกสาร สอบถามผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 119 โรงเรียน ประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน 119 คน และรองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มงานวิชาการ จำนวน 119 คน และสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละและการวิเคราะห์เนื้อหา 2) การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยนำข้อมูลจากขั้นตอนที่ 1 มายกร่างรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบ ด้วยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน และ 3) การประเมินความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ของรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยการสอบถามความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ที่เคยได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน จำนวน 25 โรงเรียน ปรกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 25 คน และรองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มงานวิชาการ จำนวน 25 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- การบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลสัมฤทธิ์ สภาพแวดล้อม และเงื่อนไขความสำเร็จ
- รูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่สร้างขึ้น ได้รูปแบบ PIE MODEL ประกอบ 4 องค์ประกอบ 3 เงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่ 1) ปัจจัยนำเข้า (Inputs) ประกอบด้วยบุคลากร และการบริหารสถานศึกษา 2) กระบวนการ (Process) ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Panning : P) ประกอบด้วย การนำองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการมุ่งเน้นผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินงาน (Implementing : I) ประกอบด้วย การมุ่งเน้นบุคลากร และการจัดการกระบวนการ และขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลการดำเนินงาน (Evaluating : E) ประกอบด้วย การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ และผลลัพธ์ 3) ผลสัมฤทธิ์ (Results ) ประกอบด้วย ผลผลิตได้แก่คุณภาพของผู้เรียน และผลลัพธ์ได้แก่ความพึงพอใจของครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 4) สภาพแวดล้อม (Environment) ประกอบด้วยปัจจัยที่เอื้อและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการ และเงื่อนไขความสำเร็จ 33 เงื่อนไข ได้แก่ 1) นโยบายการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล 2) ความรู้ความสามารถ และการมีส่วนร่วมของบุคลากร และ 3) การนิเทศ ติดตามและประเมิน ผลการบริหารจัดการ
- การประเมินรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และมีประโยชน์อยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
วราภรณ์ สีหนาท. รูปแบบรายงานรายเขต รอบที่ 1 (Semi-Annual Report) เขตตรวจราชการที่ 4 โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสากล. ได้จาก : http://www.inspect6.moe.go.th. วันที่เมษายน 2555.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2553 หน้า 10.
นงลักษณ์ เรืองทอง. การบริหารโรงเรียนที่มีประสิทธิผล. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. มหาวิทยาลัยศิลปากร,นครปฐม; 2550 หน้า 7.
วิลัยพรณ์ เสรีวัฒน์. การประเมินเชิงระบบโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิยาลัยขอนแก่น; หน้า 207.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพTQA. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2556 หน้า 31.
วิโรจน์ สารรัตนะ. ผู้บริหารโรงเรียน : สามมิติการพัฒนาวิชาชีพ สู่ความเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิผล. พิมพ์ครั้งที่ 6. ขอนแก่น. โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.2553.
มนต์นภัส มโนการณ์. การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูงและทุรกันดาร. วิทยานิพนธ์ ก.ศด. มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก; 2555 หน้า 182.
พิศาล สร้อยธุหร่ำ. แนวทางการบริหารโรงเรียนนิติบุคคลในกำกับของรัฐ : กรณีโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์กรมหาชน). สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กรุงเทพฯ; 2551 หน้า ค.
โรงเรียนสารวิทยา. รายงานผลการพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานสากล. โรงเรียนสารวิทยากรุงเทพมหานคร. ได้จาก :http://www.kroobannok.com, วันที่ 25 เมษายน 2555.
Thomas J. Sergiovanni. The Principalship : A reflective practice perspective, 2nd ed. (NeedhamHeights, MA : allyn and Bacon); 1991 p. 76.
G.E. Austin, and D. Reynolds. Managing for Improved School Effectiveness : AnInternational survey School Organization.10, 2/3 ; 1990 p. 151-153.
Fred C.Lunenburg and Allan C.Ornstein. Educational Administration : Concepts and Practices (5thed). New York : Wedsworth Publishing, 2007 p 17-20.
Stufflebeam, D.L.. & Madaus, G.F. Program evaluation : a historical overview. In D.L. Stuffleam, G.F.Madaus & T.Kellaghan (Eds). Evaluation Models. 2nded. Netherlands : Springer. pp.3-18.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบข้อความในบทนิพนธ์ของตน มหาวิทยาลัยพะเยาไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับบทความที่ตีพิมพ์เสมอไป ผู้สนใจสามารถคัดลอก และนำไปใช้ได้ แต่จะต้องขออนุมัติเจ้าของ และได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน พร้อมกับมีการอ้างอิงและกล่าวคำขอบคุณให้ถูกต้องด้วย
The authors are themselves responsible for their contents. Signed articles may not always reflect the opinion of University of Phayao. The articles can be reproduced and reprinted, provided that permission is given by the authors and acknowledgement must be given.

