รูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

ผู้แต่ง

  • พรจรรย์ พัชรมณี สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา 56000
  • สมบัติ นพรัก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา 56000
  • เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก 65000
  • สันติ บูรณะชาติ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา 56000

คำสำคัญ:

รูปแบบ, การบริหารจัดการระบบคุณภาพ, โรงเรียนมาตรฐานสากล, ประถมศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพ และแนวทางของการบริหารจัดการ ระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ 3) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

วิธีดำเนินการวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ 1) การศึกษาสภาพ และแนวทางในการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยการวิเคราะห์และสังเคราะห์เอกสาร  สอบถามผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 119 โรงเรียน ประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน 119  คน และรองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มงานวิชาการ จำนวน 119 คน  และสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละและการวิเคราะห์เนื้อหา  2) การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยนำข้อมูลจากขั้นตอนที่ 1 มายกร่างรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบ ด้วยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน และ 3) การประเมินความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ของรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยการสอบถามความคิดเห็นจากผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ที่เคยได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน จำนวน 25 โรงเรียน ปรกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 25 คน และรองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มงานวิชาการ จำนวน 25 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

  1. การบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลสัมฤทธิ์ สภาพแวดล้อม และเงื่อนไขความสำเร็จ
  2. รูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่สร้างขึ้น ได้รูปแบบ PIE MODEL ประกอบ 4 องค์ประกอบ 3 เงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่ 1) ปัจจัยนำเข้า (Inputs) ประกอบด้วยบุคลากร และการบริหารสถานศึกษา 2) กระบวนการ (Process) ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน (Panning : P) ประกอบด้วย การนำองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์  และการมุ่งเน้นผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินงาน (Implementing : I) ประกอบด้วย การมุ่งเน้นบุคลากร และการจัดการกระบวนการ  และขั้นตอนที่ 3 การประเมินผลการดำเนินงาน (Evaluating : E) ประกอบด้วย การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ และผลลัพธ์  3) ผลสัมฤทธิ์ (Results ) ประกอบด้วย ผลผลิตได้แก่คุณภาพของผู้เรียน และผลลัพธ์ได้แก่ความพึงพอใจของครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน  4) สภาพแวดล้อม (Environment) ประกอบด้วยปัจจัยที่เอื้อและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการ และเงื่อนไขความสำเร็จ 33 เงื่อนไข ได้แก่ 1)  นโยบายการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล 2) ความรู้ความสามารถ และการมีส่วนร่วมของบุคลากร และ 3) การนิเทศ ติดตามและประเมิน  ผลการบริหารจัดการ
  3. การประเมินรูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติอยู่ในระดับมาก และมีประโยชน์อยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนมาตรฐานสากล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2553 หน้า 24.

วราภรณ์ สีหนาท. รูปแบบรายงานรายเขต รอบที่ 1 (Semi-Annual Report) เขตตรวจราชการที่ 4 โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสากล. ได้จาก : http://www.inspect6.moe.go.th. วันที่เมษายน 2555.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2553 หน้า 10.

นงลักษณ์ เรืองทอง. การบริหารโรงเรียนที่มีประสิทธิผล. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. มหาวิทยาลัยศิลปากร,นครปฐม; 2550 หน้า 7.

วิลัยพรณ์ เสรีวัฒน์. การประเมินเชิงระบบโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิยาลัยขอนแก่น; หน้า 207.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพTQA. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2556 หน้า 31.

วิโรจน์ สารรัตนะ. ผู้บริหารโรงเรียน : สามมิติการพัฒนาวิชาชีพ สู่ความเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิผล. พิมพ์ครั้งที่ 6. ขอนแก่น. โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.2553.

มนต์นภัส มโนการณ์. การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูงและทุรกันดาร. วิทยานิพนธ์ ก.ศด. มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก; 2555 หน้า 182.

พิศาล สร้อยธุหร่ำ. แนวทางการบริหารโรงเรียนนิติบุคคลในกำกับของรัฐ : กรณีโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์กรมหาชน). สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กรุงเทพฯ; 2551 หน้า ค.

โรงเรียนสารวิทยา. รายงานผลการพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานสากล. โรงเรียนสารวิทยากรุงเทพมหานคร. ได้จาก :http://www.kroobannok.com, วันที่ 25 เมษายน 2555.

Thomas J. Sergiovanni. The Principalship : A reflective practice perspective, 2nd ed. (NeedhamHeights, MA : allyn and Bacon); 1991 p. 76.

G.E. Austin, and D. Reynolds. Managing for Improved School Effectiveness : AnInternational survey School Organization.10, 2/3 ; 1990 p. 151-153.

Fred C.Lunenburg and Allan C.Ornstein. Educational Administration : Concepts and Practices (5thed). New York : Wedsworth Publishing, 2007 p 17-20.

Stufflebeam, D.L.. & Madaus, G.F. Program evaluation : a historical overview. In D.L. Stuffleam, G.F.Madaus & T.Kellaghan (Eds). Evaluation Models. 2nded. Netherlands : Springer. pp.3-18.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-28

รูปแบบการอ้างอิง

พัชรมณี พ., นพรัก ส., พานิชย์ผลินไชย เ., & บูรณะชาติ ส. (2019). รูปแบบการบริหารจัดการระบบคุณภาพในโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. Trends of Humanities and Social Sciences Research, 3(3), 33–45. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/Humanties-up/article/view/198966

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย