ผลของโปรแกรมการฝึกแบบสถานีร่วมกับกิจกรรมนันทนาการที่ส่งผลต่อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกแบบสถานีร่วมกับกิจกรรมนันทนาการที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ ที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) โปรแกรมการฝึกแบบสถานีร่วมกับกิจกรรมนันทนาการที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 2) แบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวด้วยการ การทดสอบลุก–นั่ง 60 วินาที และแบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วยการยืนนั่งบนเก้าอี้ 60 วินาที สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำทางเดียว (One-Way Repeated Measures ANOVA) และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีของ บอนเฟอโรนี (BonFerroni’s Method)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวด้วยการทดสอบลุก–นั่ง 60 วินาที ก่อนการฝึก หลังการฝึกในสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 มีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 28.73 ±2.545, 33.20 ±2.441,38.80 ±2.041 ครั้ง ตามลำดับ และผลการเปรียบเทียบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว พบว่า หลังการฝึกเป็นเวลา 8 สัปดาห์ มีที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาด้วยการทดสอบ ยืน-นั่งบนเก้าอี้ 60 วินาที ก่อนการฝึก หลังการฝึกในสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8
มีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 34.67±2.468, 39.13 ±3.003, 44.40 ±2.541 ครั้ง ตามลำดับ และผลการเปรียบเทียบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา พบว่า หลังการฝึกเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ส่งผลให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2561). แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ด้านสาธารณสุข (พ.ศ. 2560 - 2579): ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2. กระทรวงสาธารณสุข.
กำโชค เผือกสุวรรณ. (2559). ผู้นำนันทนาการ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจริญ กระบวนรัตน์. (2561). วิทยาศาสตร์การฝึกสอนกีฬา: Science of Coaching (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สินธนาก็อปปี้เซ็นเตอร์.
ณภัสวรรณ ธนาพงษ์อนันท์, และ สมชาติ บุญธรรม. (2562). ผลของโปรแกรมการฝึกแบบสถานีที่มีต่อสมรรถภาพทางแอนแอโรบิกและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาฟุตบอล. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 38(1), 60–67.
ดวงนภา ศรีนันทวงศ์. (2566). รูปแบบกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสุขของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสาธิตในจังหวัดนครปฐม (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เทพประสิทธิ์ กุลธวัชวิชัย. (2554). การนันทนาการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนภัทร์ จรูญเรือง. (2559). ผลการใช้โปรแกรมการฝึกแบบสถานีที่มีต่อสมรรถภาพทางกายของนักกีฬาฟุตบอลชาย โรงเรียนบ้านหินดาด อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์. (การค้นคว้าอิสระ หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์.
วัชรศักดิ์ พรมสุวรรณ์. (2566). ผลการฝึกแบบสถานีและการฝึกแบบต่อเนื่องที่มีต่อสมรรถภาพทางกายของนักเรียนนายสิบตำรวจ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1. (ปริญญานิพนธ์หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา คณะพลศึกษา). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สุพิตร สมาหิโต. (2549). การสร้างแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพสำหรับเด็กไทยอายุ 7–18 ปี. นนทบุรี: พี.เอส.ปริ้นท์.
Kaur, G., Goswami, J., Chakroborty, G., & Sandeep. (2021). Evaluating the influence of circuit training and specific training on explosive power of school youngsters. Journal of Education: Rabindra Bharati University, 23(12[I]), 116.
Kukić, F., Orr, R., Marković, M., Dawes, J. J., Čvorović, A., & Koropanovski, N. (2022). Factorial and construct validity of Sit-up Test test of different durations to assess muscular endurance of police students. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(20), 1–9. https://doi.org/10.3390/ijerph192013065.
Vadivel, G. R., & Maniazhagu, D. (2022). Effects of circuit training and circuit weight training on muscular strength endurance. Journal of Advances in Sports and Physical Education, 5(3), 38–42.
Yuliandra, R., Nugroho, R. A., & Gumantan, A. (2020). The effect of circuit training method on leg muscle explosive power. Journal of Physical Education, Sport, Health and Recreations, 9(3), 157–161.