ผลการฝึกพลัยโอเมตริกแบบดร็อปจั๊มพ์ และเด็พธ์จั๊มพ์ ที่มีผลต่อความสามารถในการกระโดดแนวดิ่ง แนวระนาบ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของนักกรีฑา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกพลัยโอเมตริกแบบดร็อปจั๊มพ์และแบบเด็พธ์จั๊มพ์ที่มีต่อความสามารถในการกระโดดแนวดิ่ง แนวระนาบ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของนักกรีฑา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกรีฑาโรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา 6 จำนวน 20 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง และแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน โดยกลุ่มที่ 1 เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกพลัยโอเมตริกแบบดร็อปจั๊มพ์ และกลุ่มที่ 2 เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกพลัยโอเมตริกแบบเด็พธ์จั๊มพ์ ดำเนินการฝึกเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ทำการทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การยืนกระโดดสูง และการยืนกระโดดไกล ก่อนการฝึก ระหว่างการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวชนิดวัดซ้ำ พร้อมการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีบอนเฟอโรนี
ผลการวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มฝึกทั้งสองรูปแบบ ไม่พบความแตกต่างของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การยืนกระโดดสูง และการยืนกระโดดไกลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาภายในกลุ่ม พบว่ากลุ่มฝึกพลัยโอเมตริกแบบดร็อปจั๊มพ์มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและความสามารถในการยืนกระโดดไกลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่กลุ่มฝึกพลัยโอเมตริกแบบเด็พธ์จั๊มพ์
มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและความสามารถในการยืนกระโดดสูงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่า การฝึกพลัยโอเมตริกทั้งสองรูปแบบสามารถพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาของนักกรีฑาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการฝึกแบบดร็อปจั๊มพ์เหมาะสมต่อการพัฒนาความสามารถในการกระโดดแนวระนาบ ขณะที่การฝึกแบบเด็พธ์จั๊มพ์เหมาะสมต่อการพัฒนาความสามารถในการกระโดดแนวดิ่ง ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบโปรแกรมฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับลักษณะการเคลื่อนไหวของนักกรีฑาแต่ละประเภทได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
จันเกษม วรพล และโพธิ์ทอง ศิริชัย. (2564). ผลของการฝึก SAQ ต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุตซอลระดับอุดมศึกษา. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 50(2), 45–58.
ธนาคม คงพรหม และพิชญ์ ศุภีร์. (2565). สมรรถภาพทางกายของนักเรียนไทยระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในบริบทโรงเรียนต่างกัน. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 51(1), 30–42.
สุริยะ ชาญชัย, จิตรากูล กิตติ และสันติสุข นรินทร์. (2564). ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกต่อพลังกล้ามเนื้อและความสามารถในการกระโดดของนักกีฬากรีฑาเยาวชน. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 50(3), 89–102.
สมาคมกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย. (2558). คู่มือการทดสอบและประเมินผลสมรรถภาพทางกายนักกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ปี 2558. กรุงเทพฯ: สมาคมกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย.
American Alliance for Health, Physical Education, and Recreation. (n.d.). AAHPER youth fitness test manual. Reston, VA: Author.
Chu, D. A. (1992). Jumping into plyometrics. Champaign, IL: Human Kinetics.
Chu, D. A. (1996). Jumping into plyometrics (2nd ed.). Champaign, IL: Human Kinetics.
Enoka, R. M. (2002). Neuromechanics of human movement (3rd ed.). Champaign, IL: Human Kinetics.
Matthew, D. (2011). Measurement in physical education and exercise science. Champaign, IL: Human Kinetics.
Ramirez-Campillo, R., Moran, J., Drury, B., Williams, M., Keogh, J., Chaabene, H., & Izquierdo, M. (2020). Effects of plyometric jump training on physical fitness attributes in athletes: A meta-analysis. Sports Medicine, 50(12), 2125–2143. https://doi.org/10.1007/s40279-020-01312-x.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1976). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Amherst, MA: University of Massachusetts.
Schmidt, R. A. (1992). Motor learning and performance: From principles to practice. Champaign, IL: Human Kinetics.
Sharkey, B. J. (2006). Fitness and health (6th ed.). Champaign, IL: Human Kinetics.