การพัฒนาแบบทดสอบทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร เชิงปริมาณและคุณภาพ สำหรับนิสิต ปริญญาตรีสาขาวิชาพลศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบทดสอบทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร เชิงปริมาณและคุณภาพสำหรับนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต ประชากรเป็นนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาหลักและวิธีสอนกรีฑาลู่ ภาคปลาย ปีการศึกษา 2562 จำนวน 40 คน โดยการทดสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยการหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item – Objective congruence: IOC) จากการให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแบบสอบถามการวิจัย ประกอบด้วย แบบทดสอบทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร เชิงปริมาณและคุณภาพสำหรับนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต ประกอบด้วย แบบทดสอบทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร เชิงปริมาณ 1 รายการ คือ แบบทดสอบทักษะการวิ่ง 800 เมตร แบบทดสอบทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร เชิงคุณภาพ 4 รายการ คือ แบบทดสอบทักษะท่าตั้งต้นการออกวิ่ง แบบทดสอบทักษะการวิ่งทางตรง แบบทดสอบทักษะการวิ่งทางโค้ง และแบบทดสอบทักษะการวิ่งเข้าเส้นชัย ค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ใช้วิธีของ Rovinelli และ Hambleton การหาค่าความเชื่อถือได้ Reliability ทำการประเมินครั้งที่ 1 ผู้ช่วยผู้วิจัยจะทำการบันทึกวีดิทัศน์การปฏิบัติ และประเมินครั้งที่ 2 จากวีดิทัศน์ เว้นระยะเวลาห่างกัน 1 สัปดาห์ แล้วคำนวณค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson – Product Moment Correlation Coefficient) และหาค่าความเป็นปรนัย (Objectivity) โดยใช้ผู้ประเมิน 2 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
- แบบทดสอบเชิงปริมาณทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ค่าความเชื่อถือได้ และค่าความเป็นปรนัย มีค่าเท่ากับ 0.92, 0.93 และ 0.95 ตามลำดับ
- แบบทดสอบเชิงคุณภาพทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ค่าความเชื่อถือได้ ค่าความเป็นปรนัย มีค่าเท่ากับ 0.86, 0.93 และ 0.94 ตามลำดับ
- เกณฑ์ปกติสำหรับแบบทดสอบทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพสำหรับนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา โดยแบ่งเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละทักษะเป็น 5 ระดับ คือ ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ และควรปรับปรุง
สรุปได้ว่า แบบทดสอบทักษะการวิ่งระยะ 800 เมตร เชิงปริมาณและคุณภาพสำหรับนิสิตระดับปริญญาบัณฑิตมีคุณภาพและมีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้ในการวัดและประเมินผลกับนิสิตสาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัศดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
กรรวี บุญชัย. 2553. สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาการวัดและการประเมินผลทางพลศึกษาขั้นสูง. ภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (อัดสำเนา).
จุฑามาศ บัตรเจริญ. 2558. เอกสารประกอบการสอน วิชาหลักและวิธีสอนพลศึกษา. ภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (อัดสำเนา).
เชาวลิต ภูมิภาค, กัลยภัฏร์ ศรีไพโรจน์ และทิวาวลี บุญญดิษฐ์. (ม.ป.ป). คู่มือครูแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 5 ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. บริษัท โรงพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด. กรุงเทพฯ
บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การพัฒนาหลักสูตรและการวิจัยเกี่ยวกับหลักสูตร. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน.
บุญส่ง โกสะ. 2547. การวัดผลและประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร.
ปราณี หลำเบ็ญสะ. (2559). เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง การหาคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลโครงการบริการวิชาการ ท่าสาบโมเดล. สาขาการวัดและประเมินผล คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. สืบค้นวันที่ 16 มีนาคม 2564, จาก www.edu.yru.ac.th › evaluate › attach
ทรงศักดิ์ รักพ่วง. (2562). การวิ่งมาราธอนในไทย : เครือข่ายทางสังคมและความท้าทายในศตวรรษที่ 21. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก : 37 (1) ; มกราคม – เมษายน.
พรรณี ลีกิจวฒั นะ. (2553). วิธีการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.
พัชราภัณฑ์ ไชยสังข์. (ม.ป.ป.). เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย. เอกสารประกอบการสอน 503 402 Nursing Research, สืบค้นวันที่ 16 มีนาคม 2564, จากwww.elahs.ssru.ac.th › block_html › content
พรพิศ ยิ้มประยูร. (2555). บางลักษณะเชิงสถิติของการวัดความเห็นพ้องต้องกันระหว่างสองผู้ประเมิน. วารสารวิจัย มสด สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 5(2), 139-154.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. 2545. หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : เฮาสออฟ เคอรมิสท์.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. 2548. ปรัชญา หลักการ วิธีการสอนและการวัดเพื่อประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อนันต์ ศรีโสภา .(2525). ทฤษฎีการวัดและการทดสอบ. กรุงเทพฯ; ไทยวัฒนาพานิช.
ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์ และ อุทัยวรรณ สายพัฒนะ .(2556). ความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่น. สืบค้นวันที่ 8 เมษายน 2564, จาก http://www.watpon.com/Elearning/validity.pdf
Anastasi, Anne. Psychological Testing. U.S.A. : Macmillan Publishing Company, 1982.
Kirkendall,D., R. J.J. Gruder and R.E. Johnson. (1980). Measurement and Evaluation for Physical Education. Dubuque, lowa: Wm.C. Brown Company.
Streiner DL, Norman GR. Health measurement scales: a practical guide to their development and use. 2nd ed. London: Oxford University Press; 1995.