การพัฒนาต้นแบบอาร์ตทอยด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจังหวัดจันทบุรี
คำสำคัญ:
อาร์ตทอย,, การพิมพ์ 3 มิติ,, ของที่ระลึกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการพัฒนาต้นแบบอาร์ตทอยด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ 2) พัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจังหวัดจันทบุรีในรูปแบบอาร์ตทอย และ 3) ทดลองการทำแม่พิมพ์เพื่อการผลิตในเชิงพาณิชย์ วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วย การศึกษาภาคเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการสำรวจความต้องการนักท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี จำนวน 400 คน โดยการสุ่มแบบสะดวก ใช้เครื่องมือแบบสอบถาม รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นมากที่สุด (ร้อยละ 71.50)
โดยนึกถึงจังหวัดจันทบุรีในด้านผลไม้ (ร้อยละ 50.50) และอัญมณี (ร้อยละ 30.50) รูปแบบอาร์ตทอยที่นิยมคือ น่ารัก สดใส (ร้อยละ 43.00) และซื้อเพื่อการสะสม (ร้อยละ 69.00) ช่วงราคาที่เหมาะสมคือ 301–600 บาท (ร้อยละ 71.50)
จากผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงออกแบบตัวละคร “ทุเรียน” เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์จังหวัดจันทบุรี
ด้านการผลิต พบว่า เครื่องพิมพ์สามมิติระบบเรซิ่นสามารถสร้างต้นแบบที่มีรายละเอียดสูงและผิวเรียบ
เหมาะสำหรับการทำแม่พิมพ์ซิลิโคน โดยการทดลองซิลิโคน 3 ชนิด ได้แก่ RA-T40AB, RA-20AB และ RA-320 พบว่า RA-320 มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ยืดหยุ่นสูง และถอดชิ้นงานได้ง่าย
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น สามารถพัฒนาอาร์ตทอย
ให้เป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเชิงสร้างสรรค์ และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2568, 8 สิงหาคม). จันทบุรี น่าเที่ยว. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. https://thai.tourismthailand.org/Destinations/Provinces/จันทบุรี/463
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
พลวัฒ ประพัฒน์ทอง. (2567, 20 ธันวาคม). Art Toys พลังการสื่อสารใหม่ของคนรุ่นใหม่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น. https://research.mfu.ac.th/rs-newsresearch/rs-detail/detail/News/26991.html
แฟน จิ เซียง. (2563). การออกแบบ Art Toy ที่ผสมผสานอารมณ์ความรู้สึกของวัยเด็กเข้ากับการออกแบบเชิงปฏิสัมพันธ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา]. Burapha University Research Information. https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/9946
วัชรินทร์ จรุงจิตสุนทร. (2548). หลักการและแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์. แอ๊ปป้าพริ้นท์ติ้ง กรุ๊ป.
วิวศเดช รัศมิทัต. (2565). การออกแบบชิ้นงานสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด. วารสารวิชาการ DEC Journal คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 1(3), 178–209. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/decorativeartsJournal/article/view/1634/1413
สำนักงานสถิติจังหวัดจันทบุรี. (2568, 8 สิงหาคม). รายงานสถิติจังหวัดจันทบุรี ปี 2567. สำนักงานสถิติจังหวัดจันทบุรี. https://chanthaburi.nso.go.th/reports-publications/provincial-statistics-report/รายงานสถิติจังหวัดจันทบุรี-พ-ศ-2567.html
อติคุณ เลรามัญ, ชวรินทร์ สุดสวาท, สุประภา สมนักพงษ์, นภัสนันท์ วินิจวรกิจกุล, และอนัญญา รัตนประเสริฐ. (2564).
การพัฒนาสินค้าของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว. มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 10(4), 306–318.
อมรินทร์ทีวีออนไลน์. (2567, 5 พฤษภาคม). อาร์ตทอย (Art Toy) ของเล่นที่มาแรง กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมของเล่นไทย. อัมรินทร์ทีวีออนไลน์. https://www.amarintv.com/spotlight/business-marketing/64433
Attaran, M. (2017). The rise of 3D printing: The advantages of additive manufacturing over traditional manufacturing. Business Horizons, 60(5), 677–688. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0007681317300897
Holbrook, M. B. (2006). Consumption experience, customer value, and subjective personal introspection: An illustrative photographic essay. Journal of Business Research, 59(6), 714–725. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S014829630600021X
Singhakachen, P., Chutima, P., Doungtongpol S. & Tantiwiwat, R. (2024). Shortening the Cycle Time of the Fiber Ribbon Orientation Process for Wavelength Selective Switch Production using Design for Assembly and Disassembly Concepts. Engineering Journal, 28(8), 99–116 https://engj.org/index.php/ej/article/view/4568/1349
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว