กลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีกที่ส่งผลต่อความสำเร็จธุรกิจของร้านธงฟ้าประชารัฐ จังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
กลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีก, ความสำเร็จทางธุรกิจ, ร้านธงฟ้าประชารัฐบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีกของร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด
2) ศึกษาความสำเร็จทางธุรกิจของร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีก และความสำเร็จทางธุรกิจของร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด 4) ศึกษากลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีกที่ส่งผลต่อความสำเร็จทางธุรกิจของร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจของร้านธงฟ้าประชารัฐจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 320 คน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และทดสอบสมมติฐาน โดยการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย พบว่า 1) กลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีกของร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ความสำเร็จทางธุรกิจของร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) กลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีกด้านทำเลที่ตั้ง ด้านการออกแบบร้านและจัดวางสินค้า ด้านความหลากหลายของสินค้า ด้านการบริการลูกค้า และด้านราคามีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสำเร็จธุรกิจร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 4) กลยุทธ์ส่วนประสมการค้าปลีกด้านทำเลที่ตั้ง ด้านการออกแบบร้านและจัดวางสินค้า ด้านความหลากหลายของสินค้า และด้านการบริการลูกค้าส่งผลต่อความสำเร็จทางธุรกิจของร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ ด้านราคาส่งผลต่อความสำเร็จธุรกิจร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2562). สมาร์ทโชห่วย. กระทรวงพาณิชย์. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2566, จาก https://www.dbd.go.th/download/article/article_20190919090631.pdf
กระทรวงพาณิชย์. (2565). ร้านธงฟ้าประชารัฐ. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2566, จาก https://www.moc.go.th/th/content/
page/index/id/2784
จารุวรรณ บุญมี และวีรศักดิ์ ประเสริฐชูวงศ์. (2566). ปัจจัยพฤติกรรมผู้บริโภคและปัจจัยส่วนประสมค้าปลีกที่มีอิทธิพลต่อ
การตัดสินใจซื้อสินค้าในร้านอีฟแอนด์บอย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 9(1), 413-426.
ชณาณัฐ สุวรรณโชติ. (2566). กลยุทธ์ค้าปลีกและกลยุทธ์การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของร้านค้าปลีก
แบบดั้งเดิมเฉพาะอย่าง ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วิทยานิพนธ์ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ. สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
ประภัสสร รัตนพันธ์. (2559). บทบาทของกลยุทธ์ค้าปลีกที่มีต่อการพัฒนาผลการดาเนินงานของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม: กรณีศึกษาร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา. การศึกษาค้นคว้าอิสระ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
นัฐภัสสรญ์ วงษ์มหิงษ์. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประสมการค้าปลีกสมัยใหม่กับพฤติกรรมผู้บริโภคของผู้ใช้บริการร้านสะดวกซื้อ ในอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี. การศึกษาค้นคว้าอิสระ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
พัชราภรณ์ เลขยันต์. (2561). ปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการค้าปลีกแบบดั้งเดิม ในเขตดุสิตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 10(1), 12-29.
วลัย ซ่อนกลิ่น. (2562). กลยุทธ์การค้าปลีกที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการดําเนินธุรกิจของผู้ประกอบการค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง
ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 10(2), 233-247.
สินิทรา สุขสวัสดิ์ และทิพย์รัตน์ เลาหวิเชียร. (2561). อิทธิพลของส่วนประสมการค้าปลีกที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของลูกค้าร้านค้าปลีก ประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ตในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 10(ฉบับพิเศษ), 1-12.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). การสำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อย พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
อรดา รัชตานนท์, กชพรรณ สัลเลขนันท์, โชติพัฒน์ กลิ่นสุคนธ์, จิรวัฒน์ ภู่งาม และมณฑล ศิริธนะ. (2563). ผลกระทบ
จากธุรกิจ e-commerce ต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2565, จาก https://www.bot.or.th/
Thai/MonetaryPolicy/Economiconditions/AAA/ECommerce_paper.pdf
อัครพงศ์ อั้นทอง. (2550). คู่มือการใช้โปรแกรม Eviews เบื้องต้น: สําหรับการวิเคราะห์ทางเศรษฐมิติ (รายงานทางเทคนิค). เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Aaker, D. A., Kumar, V. and Day, G. S. (2001). Marketing research. New York: John Wiley and Sons.
Hair, J. F. Jr., Black W. C., Babin B. J., Anderson R. E. and Tatham R. L. (2010). Multivariate data analysis
(6th ed.). New Jersey: Pearson Education International.
Levy, M. and Weitz, B. (2007). Retailing Management. USA: Irwin-McGraw-Hill.
Lingle, J. H. and Schiemann, W. A. (2001). Balanced Scorecard to Strategy Gauges: Is Measurement Worth It Management Review. New York: Prince.
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Nunnally, J. C. and Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory. New York: McGraw-Hill.
Rovinelli, R. J. and Hambleton, R. K. (1997). On the use of content specialists in the assessment
of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49-60.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว