ประสิทธิภาพระบบตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้าโดยใช้เทคนิคแอลบีพี
คำสำคัญ:
ประมวลผลภาพ, การตรวจจับใบหน้า, การรู้จำใบหน้าบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้า 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพระบบตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้า และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบตรวจสอบ การเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้า ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา คอมพิวเตอร์และการรู้เท่าทัน ในยุคดิจิทัล ในภาคเรียนที่ 2/2561 จำนวน 98 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ระบบตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้า และแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้า สถิติการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และไคล์สแคว ผลการวิจัยพบว่า 1) โปรแกรมเว็บแอปพลิเคชันพัฒนาด้วย PHP และ OpenCV ระบบฐานข้อมูลใช้ MySQL โปรแกรมประกอบด้วย 2 โปรแกรมย่อย คือ โปรแกรมสร้างฐานข้อมูลภาพใบหน้าของนักศึกษา และโปรแกรมตรวจสอบการเข้าชั้นเรียน ด้วยภาพใบหน้า 2) ประสิทธิภาพการตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้าที่เหมาะสม คือ 0.30 ซึ่งมีค่าประสิทธิภาพดีที่สุด คือ 0.00 3) ความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบตรวจสอบการเข้าชั้นเรียนด้วยภาพใบหน้า มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 (ระดับมาก) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.16
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ ตรีประพิณ ภัคภัทร นาอุดม และไพชยนต์ คงไชย. (2561). การพัฒนาระบบตรวจสอบนักศึกษาเข้าเรียนด้วยวิธีการรู้จำใบหน้า (Attendance monitoring system with face recognition technologies). วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 20(2), 92.
ณัศรุณ บินโหรน. (2556). การพัฒนาต้นแบบระบบบันทึกเวลาปฏิบัติงานโดยใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน. วิทยานิพนธ์ วิทยาการสารสนเทศมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ. นครราชศรีมา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
วิวัฒน์ ทวีทรัพย์. (2555). การพัฒนาระบบบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรม. วิทยานิพนธ์ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Ahonen, T., Hadid, A. and Pietikäinen M. (2006). Face Description with Local Binary Patterns: Application to Face Recognition. IEEE Transactions on Pattern Analysis & Machine Intelligence, 28(12), 2037-2041.
Arulogun, O.T., et al. (2013). RFID-based Students Attendance Management System. Journal of Scientific & Engineering Research, 4(2), 1-9.
Jafri, R. and Arabnia, H.R. (2009). A survey of face recognition techniques. Journal of Information Processing Systems, 5(2), 41-68.
Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement. New York: wiley & Son.
Liying, L. and Yue, H. (2008). The Study of Entrance Guard & Check on Work Attendance System Based on Face Recognition. In Computer Science and Information Technology, 2008. ICCSIT'08. International Conference. 44 – 47.
Masalha, F. and Nael H. (2014). A Students Attendance System Using QR Code. International Journal of Advanced Computer Science and Applications, 5(3), 76.
Phankokkruad, M. and Jaturawat P. (2015). An Evaluation of Technical Study and Performance for Real-Time Face Detection Using Web Real-Time Communication. In International Conference on Computer, Communication and Control Technology, 2015. (I4CT 2015) International Conference. 162-166.
Roshan, J. G., et al. (2013). Smart Attendance using Real Time Face Recognition (SMART-FR). Department of Electronic and Computer Engineering, Sri Lanka Institute of Information Technology (SLIIT), Malabe, Sri Lanka.
Taxila, P. (2009). Development of Academic Attendance Monitoring System using Fingerprint Identification. International Journal of Computer Science and Network Security (IJCSNS), 9(5), 164.
Viola, P. and Jones, M. (2001). “Rapid object detection using a Boosted cascade of simple features, Proceedings of the 2001 IEEE Computer Society Conference on Computer Vision and Pattern Recognition, (1), 1-9.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว