การบริหารงานวิชาการด้านกิจกรรมเสริมประสบการณ์ตามแนวคิดแบบมอนเตสซอรี่ ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
การบริหารงานวิชาการ, กิจกรรมเสริมประสบการณ์, แนวคิดแบบมอนเตสซอรี่บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการด้านกิจกรรมเสริมประสบการณ์ตามแนวคิดแบบมอนเตสซอรี่ และ 2) พัฒนาคู่มือการบริหารงานวิชาการด้านกิจกรรมเสริมประสบการณ์ตามแนวคิดแบบมอนเตสซอรี่ ในระดับปฐมวัย ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจังหวัดเชียงใหม่โดยใช้กระบวนการ PDCA กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและผู้ปกครองนักเรียนระดับปฐมวัย จำนวนทั้งสิ้น 90 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสรุปประชุมกลุ่ม และแบบประเมินคู่มือ ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานวิชาการด้านกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ตามแนวคิดแบบมอนเตสซอรี่ ในระดับปฐมวัย ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีการบริหารงานวิชาการตามวงจร PDCA โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ในด้านการประเมินพัฒนาการการจัดกระบวนการประสบการณ์การเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2560 และการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ตามลำดับ 2) การพัฒนาคู่มือบริหารงานวิชาการตามแนวคิดแบบมอนเตสซอรี่ ในระดับปฐมวัยของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าเนื้อหาประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ คือ การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดประสบการณ์ การจัดทำรายงานผลการประเมินพัฒนาการนักเรียนระดับปฐมวัย การนิเทศภายใน แนวปฏิบัติการประเมินพัฒนาการนักเรียนระดับปฐมวัย แนวปฏิบัติงานพัฒนาสื่อ/นวัตกรรม แนวปฏิบัติงานระบบการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา แนวปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยตามแนวคิดแบบมอนเตสซอรี่ และแนวปฏิบัติการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้ปกครอง ซึ่งคู่มือผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิว่า มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุดในด้านการนำไปใช้ เนื้อหา และรูปเล่มของคู่มือ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2540). คู่มือการพัฒนาโรงเรียนเข้าสู่มาตรฐานการศึกษา การบริหารระบบคุณภาพ. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ.
คีรีบูน จงวุฒิเวศย์ และมาเรียม นิลพันธุ์. (2542). รายงานการวิจัย เรื่องการศึกษาและการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานอาสาสมัครท้องถิ่น
ในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์.
ธนภัทร วันทาพงษ์, สมใจ ภูมิพันธุ์ และรัชนีเพ็ญ พลเยี่ยม. (2559). ปัจจัยสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อ
ประสิทธิภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษา เขต 27 จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 13(60), 141-150.
โนชญ์ ชาญด้วยกิจ. (2553). การศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาระยองเขต 2. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. จันทบุรี: มหาวิทยาลัย
ราชภัฏรำไพพรรณี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สุริยสาส์น.
บุญรักษ์ ยอดเพชร. (2560). โรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่องกับการสนับสนุนของ สพฐ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน.
บุบผา เรืองรอง. (2554). การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ตามแนวคิดแบบมอนเตสซอรี่. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัย
ราชภัฏนครศรีธรรมราช.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พานิช (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วิฑูรย์ สิมะโชคดี. (2541). TQM คู่มือสู่องค์กรคุณภาพยุค 2000. กรุงเทพฯ: ทีพีเอ พับลิซซิ่ง.
สุจริต คูณธนกุลวงศ์. (2543). การบริหารโรงเรียน : นวัตกรรมเทคนิค ประสบการณ์. กรุงเทพฯ: ศาสนา.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว