แนวทางการพัฒนาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียนอนุบาลชุลีพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2
คำสำคัญ:
แนวทางการพัฒนา, ความพึงพอใจผู้ปกครองนักเรียน, การบริหารงานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียน 2) เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียนจำแนกตามวุฒิการศึกษา อาชีพ และระดับชั้นเรียนของนักเรียนในปกครอง และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียน ประชากร 1,073 คน กลุ่มตัวอย่าง 285 คน โดยกำหนดจากตารางของ Krejcie & Morgan เครื่องมือที่ใช้ เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที t-test , One-way ANOVA และ Scheffe’s method ผลการวิจัยพบว่า 1) ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการบริหารงานวิชาการ งานทั่วไป งานบุคคล และงานงบประมาณ 2) การเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนจำแนกตามวุฒิการศึกษาโดยรวมและรายด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารงานวิชาการ งานงบประมาณ งานทั่วไป ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นงานบุคคลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อจำแนกตามอาชีพพบว่าโดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และจำแนกตามระดับชั้นเรียนของนักเรียนในปกครอง โดยรวมและรายด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารงานวิชาการ งานงบประมาณ งานทั่วไป ไม่แตกต่างกัน ยกเว้นงานบุคคล ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับ .05 3) แนวทางการพัฒนาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียน โรงเรียนควรจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาผู้เรียน ร่วมมือกับผู้ปกครองในการแก้ปัญหาของนักเรียน พัฒนาระบบการบริหาร ให้เป็นองค์การที่ทันสมัย มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ควรมีการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ส่งเสริมการดำเนินงานโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน มีการจัดประชุมผู้ปกครองและมีการระดมทรัพยากรและแหล่งกองทุนจากชุมชนและองค์กรภายนอก เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษา
เอกสารอ้างอิง
ดวงนภา สุคตะ. (2550). ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการบริหารงานของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครนนทบุรี. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.
ประดิษฐา จันทร์ไทย. (2549). การศึกษาการปฏิบัติงานของสมาคมผู้ปกครองและครูในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชริยา แก่นสา. (2555). ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายตำบลวังทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
พิชญาน ดิษฐเวชชัย (2553). ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียนบุญสมอนุบาล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
รัชนี ทีปกากร. (2556). การศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงาน ของโรงเรียนเทศบาล 1 (สถาวร) สังกัดเทศบาลเมืองบ้านบึง จังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
โรงเรียนอนุบาลชุลีพร. (2559). แผนปฏิบัติงานประจำปีการศึกษา 2559. สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. กาฬสินธุ์: ประดิษฐ์การพิมพ์.
วัฒนา ก้อนเชื้อรัตน์. (2551). รายงานการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานโรงเรียนในโครงการหนึ่งอําเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน เขตตรวจราชการที่ 13 โดยใช้รูปแบบการนิเทศเพื่อการเปลี่ยนแปลง. นครราชสีมา: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมาเขต 1.
วิษณุ เกิดในหล้า. (2550). การศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนทัพพระยาพิทยา. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
Abdel-Hady, M. E. (1990). A suggested model for community participation in the Administration of public education in Egypt. Dissertation Abstracts International, 51(10), 3276-A.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Management, 30(3), 607-609.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว