ผลของบทเรียนแบบผสมผสานโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีโครงสร้างกลุ่มต่างกันเพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์
คำสำคัญ:
บทเรียนแบบผสมผสาน, เทคนิคการเรียนรู้ร่วมกัน, การคิดวิเคราะห์บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและทดลอง ใช้บทเรียนแบบผสมผสานโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ร่วมกัน เปรียบเทียบคะแนนการคิดวิเคราะห์ก่อนเรียนและหลังเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัด ขอนแก่น จำนวน 100 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บทเรียนแบบผสมผสานโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ร่วมกัน แบบวัดการคิดวิเคราะห์ก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง Pronouns สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และแบบวัดความพึงพอใจใน การเรียนของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนแบบผสมผสานโดยใช้ เทคนิคการเรียนรู้ร่วมกัน ใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่ม เดียววัดผลก่อนทดลองและหลังการทดลอง สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน การทดสอบที (t-test dependent) และ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนแบบผสมผสาน มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.25/80.42 2) คะแนนการคิด วิเคราะห์หลังเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบ ผสมผสาน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 3) คะแนนการคิดวิเคราะห์หลังเรียนของ ผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสาน เมื่อใช้โครงสร้าง กลุ่มต่างกัน ไม่แตกต่างกัน และ 4) นักเรียนมีความพึงพอใจ ในการเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานอยู่ในระดับ “มาก”
เอกสารอ้างอิง
ชไมพร อินทร์แก้ว. (2559). ผลของการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานรายวิชาเทคโนโลยีทางภาพถ่ายในการศึกษา สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 27(2), 29-36.
ชาลิสา โพธิ์นิ่มแดง. (2550). ระดับความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนมัธยมศึกษาของไทย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 30(1), 98-106.
ธิติรัตน์ รุ่งเจริญเกียรติ. (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ 4 MAT เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลการเรียนรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่มีความสามารถทางปัญญาต่างกัน. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. (เทคโนโลยีการศึกษา). เพชรบรุี : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นวลพรรณ ไชยมา. (2554). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศเพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงสำหรับนักศึกษาสถาบันพละศึกษาวิทยาเขตเพชรบูรณ์. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. (เทคโนโลยีการศึกษา). ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยสาส์น.
พัชนี สหสิทธิวัฒน์. (2557). การสอนผ่านเว็บแบบผสมผสาน เรื่อง คำสั่งพื้นฐานโปรแกรมภาษาโลโก สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนราชินี. วารสารเทคโนโลยีการศึกษาและมีเดีย คอนเวอร์เจนซ์, 1(1), 97-107.
สมศักดิ์ ภู่วภิาดาวรรธน์. (2554). การยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและการประเมินตามสภาพจริง. เชียงใหม่: โรงพิมพ์แสงศิลป์.
สุมาลี หมวดไธสง. (2554). ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน. ปริญญานิพนธ์ ค.ม. (ปฐมวัย). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
สุภณิดา ปสุุรินทร์คำ. (2549). การพัฒนารูปแบบการแบ่งปันความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้วยวิธี การเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาความเป็นชุมชนนักปฏิบัติ ของครูในโรงเรียนที่เข้าร่วมในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งโรงเรียนในฝันของกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. (เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศศิประภา มังขุนทศ. (2557). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมบทเรียนแบบ ผสมผสานกับการเรียนแบบปกติ เรื่อง ข้อมูลและคอมพิวเตอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม. 8(2), 111-119.
ศุภลักษณ์ ปริสุทธโิกศล. (2557). ผลการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนแบบผสมผสาน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การคิดวิจารณญาณ และความคงทนในการเรียนรู้ ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีการนำตนเองในการเรียนรู้ต่างกัน. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 9(2), 191-200.
Bloom, Benjamin S. and others. (1956). Taxonomy of Educational Objectives: Handbook 1 cognitive Domain. New York: McKay.
Gagne', R.M., Briggs, L.J. and Wager. W.W. (1985). Principles of Instructional Design. Ed. New York : Holt Rinehart & Winston, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว