การพัฒนาการเขียนสื่อสารภาษาไทย ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยใช้แผนผังความคิดประกอบแบบฝึกทักษะ
คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, แผนผังความคิดประกอบแบบฝึกทักษะ, การเขียนสื่อสารภาษาไทยบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้การเขียนสื่อสารภาษาไทยของนักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้แผนผังความคิดประกอบแบบฝึกทักษะให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) หาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการเขียนสื่อสารภาษาไทย 3) เพื่อเปรียบเทียบการเขียนสื่อสารภาษาไทย ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้แผนผังความคิดประกอบแบบฝึกทักษะก่อนเรียนกับหลังเรียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนรู้ การใช้แผนผังความคิดประกอบแบบฝึกทักษะของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน. อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 1 ห้องเรียน นักศึกษา 40 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ 3) แบบประเมินการเขียนสื่อสารภาษาไทย 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐาน ใช้สถิติ t–test (Dependent Sample) ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการเขียนสื่อสารภาษาไทย ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้แผนผังความคิดประกอบแบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ เท่ากับ 83.0/85.83 2) ดัชนีประสิทธิผลของการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางการเขียนสื่อสารภาษาไทยของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยใช้แผนผังความคิด ประกอบแบบฝึกทักษะ มีค่าเท่ากับ 0.7166 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 71.66 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยการใช้แผนผังความคิดประกอบแบบฝึกทักษะ ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.66 , S.D. = 0.54)
เอกสารอ้างอิง
ธวัช บูชาจันทรกูล. (2542). การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านในใจโดยใช้แผนภาพ (Mapping) สำหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม:
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.
นงเยาว์ เลี่ยมขุนทด. (2547). การพัฒนาแผนการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำโดยใช้แผนผังความคิด
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน.
ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นันทนา ใจทาน. (2553). การพัฒนาการเขียนย่อความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยชุดฝึกทักษะแบบ แผนผังความคิด
(Mind Mapping) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียน
การสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
เนาวรัตน์ ชื่นมณี. (2540). การพัฒนาแบบฝึกทักษะภาษาไทยการสะกดคำยาก เรื่อง เป็ดหาย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ประดับ จันทร์สุขศรี. (2551). คู่มือการเรียนการสอนภาษาไทยคิดและเขียนเชิงสร้างสรรค์ : เรียงความ ย่อความและสรุปความ
ช่วงชั้นที่ 2 – ช่วงชั้นที่ 4. กรุงเทพฯ: องค์การค้า ของ สกสค.
ประสพสุข ฤทธิเดช. (2557). นวัตกรรมการศึกษาการสอนภาษาไทย. มหาสารคาม: อภิชาตการพิมพ์.
ภักดี พลศักดิ์. (2553). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. (2560). บทเรียนจากเพื่อนบ้าน. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2545). สัมมนาหลักสูตรการสอนภาษาไทย. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สมควร น้อยเสนา. (2549). การพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนที่มีปัญหาการเรียนรู้โดยใช้แผนผัง
ความคิดและแบบฝึกทักษะ. รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย.
มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สมปัต ตัญตรัยรัตน์. (2531). การสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา. ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว