กิจกรรมพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 3 สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
ทักษะการฟังและการพูด, กิจกรรมการเรียนรู้, การจำลองสถานการณ์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจแนวทางการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ 2) พัฒนากิจกรรมพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ 3) เปรียบเทียบทักษะการฟังการพูด ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่าง ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 3 จำนวน 5 คน และเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง จำนวน 49 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบบันทึกเอกสาร 2) แบบสัมภาษณ์ 3) แผนการจัดกิจกรรม จำนวน 10 แผน 4) แบบประเมินทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบทีกำลังสองของโฮเทลลิ่งสำหรับกลุ่มไม่อิสระ ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวทางในการพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ มีหลักการดังนี้ (1) กิจกรรมการเรียนรู้ต้องสนุก และใช้เทคโนโลยีในการจัดกิจกรรม (2) ครูจะต้องปรับการเรียนการสอนจาก Passive เป็น Active และออกแบบกิจกรรม โดยการจำลองสถานการณ์ (3) การพูดภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเน้นแกรมมาร์ และ (4) การฟังคือกุญแจไปสู่การพูด 2) กิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 10 เรื่อง มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.81, S.D. = 0.04) และมีประสิทธิภาพการจัดกิจกรรม (E1/E2) เท่ากับ 76.64/75.48 3) นักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรม หลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) นักเรียนที่เรียนโดยใช้กิจกรรม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.56, S.D. = 0.03)
เอกสารอ้างอิง
จาก https://thematter.co/rave/learn-english/29597
ธีระศักดิ์ สินชัย. (2559). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือที่เน้นวิธีการสอนแบบทีม คู่เดี่ยว : กรณีศึกษาของ โรงเรียนบ้านขอนแตก ตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
เนตรปรียา ชุมไชโย. (2555). เด็กไทยภาษาอังกฤษไม่กระดิก ผิดพลาดทางเทคนิคการสอน. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2560, จาก https://www.gotoknow.org/posts/137166
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ประสพสุข ฤทธิเดช. (2559). นวัตกรรมการศึกษาการสอนภาษาไทย. มหาสารคาม:อภิชาตการพิมพ์.
พรสวรรค์ สีป้อ. (2550). สุดยอดวิธีสอนภาษาอังกฤษนำไปสู่การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยร่มเกล้า.
ไพศาล วรคำ. (2559). การวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 8). มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2559). ระบบการรายงานผลอัตโนมัติ (RPS : Reporting Service System). สืบค้นเมื่อ 2 ธันวาคม 2560, จาก https://www.niets.or.th/th/catalog/view/340
สุธาวัลย์ จันทร์เรือง. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การฟังการพูดภาษาอังกฤษตามแนวทฤษฎีไวก๊อตสกี้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สมศรี ธรรมสารโสภณ. (2560). เรียน“อังกฤษ”อย่างไร? ให้ Have Fun. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2560, จาก https://www.komchadluek.net/news/edu-health/292534
สิรินทร์ จุฑามณีพงษ์. (2556). การเปรียบเทียบทักษะการฟัง การพูด และความวิตกกังวลในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพหุปัญญา. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2558). คู่มือการใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556. กรุงเทพฯ: กรมอาชีวศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2558). รายงานประจำปี 2558 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2558. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
อดัม แบดชอร์. (2555). พูดภาษาอังกฤษแบบชัดเวอร์. กรุงเทพฯ: เนชั่นอินเตอร์เนชั่นแนลเอ็ดดูเทนเมนท์.
อุดมลักษณ์ เนตรโกศล. (2556). การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางที่ส่งผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิขาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Hasan, A. S. (2000). Learners' perceptions of listening comprehension problems. Language Culture and Curriculum, 13(2), 137-153.
Kathleen, C. (1995). Effective Schooling Practices: A Research Synthesis - 1995 Update. Northwest Regional Educational Laboratory: Portland.
Mapruza, I. et al. (2015). Improving listening and speaking skills in mixed level groups (on the material of New English File). Procedia - Social and Behavioral Sciences 199: Hacettepe University, 7(199), 276–284.
Lumettu & Runtuwene, T.L. (2018). Developing the Students’ English Speaking Ability Through Impromptu Speaking Method. Journal of Physics: Conference Series, 2(953), 315-324
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว