การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ และเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบ B-SLIM กับการจัดการเรียนรู้ แบบ 3P ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ผู้แต่ง

  • วลัยลักษณ์ คำประสาร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • จิระพร ชะโน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้แบบ B-SLIM, การจัดการเรียนรู้แบบ 3P, ความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM และ 3P 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ และเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษ ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM และ 3P ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ โดยการสุ่มแบบกลุ่ม ใช้หน่วยการสุ่มเป็นห้องเรียน นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการอาชีพคำม่วง จำนวน 2 ห้องเรียน ได้แก่ สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 37 คน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM และสาขาวิชาการบัญชี จำนวน 35 คน จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 3P เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM จำนวน 10 แผน และแผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 3P อย่างละ 10 แผน 2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ (rtt = 0.92) 3) แบบวัดความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ จำนวน 15 ข้อ (rtt = 0.87) และ 4) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ (rtt = 0.88) สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานใช้ F-test (One–way MANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM เท่ากับ 96.15/88.13 และแผน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 3P เท่ากับ 90.82/91.71 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 2) นักเรียนที่เรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM กับแบบ 3P มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษและความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่นักเรียนที่เรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM กับแบบ 3P มีเจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษ ไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

กมลลักษณ์ ลีลาวัชรมาศ. (2554). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เรื่อง Live in Samliam สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบ B-SLIM Model วิธีสอนแบบ 4MATs และวิธีการสอนปกติ. ขอนแก่น: โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

ไกรคุง อนัคฆกุล. (2558). การอ่านภาษาอังกฤษการสอนที่เน้นกลวิธีการอ่าน: เรียนรู้ภาษาไทยจากการค้นพบ. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 40(1), 202-217.

เฉลิมลาภ ทองอาจ. (2554). รูปแบบการสอนการฝึกหัดสืบสอบ: เรียนรู้ภาษาไทยจากการค้นพบ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(2), 5-17.

ทวีศักดิ์ ชูมา. (2558). แนวทางการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยใช้รูปแบบกลวิธีการสื่อสาร. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 3(1), 125-137.

ธนกร สุวรรณพฤฒิ. (2558). การพัฒนารูปแบบการสอนกลยุทธ์การเรียนภาษาต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการฟังและการพูดภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. ดุษฎีนิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ธูปทอง กว้างสวัสดิ์. (2549). คู่มือการสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: เดือนตุลา.

ธูปทอง กว้างสวาสดิ์. (2549). การสอนภาษาอังกฤษ. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

นเรศ เปลี่ยนคำ. (2551). การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคนิคแบบเน้นงานปฏิบัติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ. อุดรธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

ปรารถนา สุขประเสริฐ. (2555). การเปรียบเทียบทักษะการอ่าน การเขียนภาษาอังกฤษ และการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ Graphic Organizer วิชาภาษาอังกฤษ. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

วิทยาลัยการอาชีพคำม่วง. (2559). รายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการประเมินตนเองปีการศึกษา 2560-2562. สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2563, จาก http://www.km.ac.th/index.php/2019-04-30-07-40-34/12-2019- 05-27-15-27-35/38-2018-12-18-07-12-25

ศิริรัตน์ มงคล. (2553). การพัฒนาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้ B–SLIM Model ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. การศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2557). แนวทางปฏิบัติการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ: เรื่อง มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: จามจุรี โปรดักส์.

สุชาดา โภชนสมบูรณ์. (2550). ผลของการสอนตามแนวการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ที่มีต่อทักษะทางภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สุมิตรา อังวัฒนากุล. (2550). วิธีสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมสมัย แขขุนทด. (2556). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษ การคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3P ประกอบผังกราฟิกและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

อิงค์กมล อินทรปราณีกูล. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ B-SLIM ประกอบกิจกรรมเกมวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. การศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

อุทัยวรรณ นาชิน. (2556). การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ B-SLIM Model และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ KWL Plus. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-12-28

รูปแบบการอ้างอิง

คำประสาร ว., & ชะโน จ. (2021). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ และเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบ B-SLIM กับการจัดการเรียนรู้ แบบ 3P ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ . วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 15(3), 28–36. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/reru/article/view/224377

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย