ศิลปะเชิงช่างแบบญวนและการประดับกระจกแก้วสีของสิมวัดสระทอง อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
ศิลปะเชิงช่างแบบญวน, กระจกแก้วสี, สิม, วัดสระทองบทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมและการประดับกระจกแก้วสีแบบช่างญวนของสิมวัดสระทอง อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ใช้วิธีดำเนินการวิจัยโดยทำการศึกษาจากประชากรกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเกี่ยวข้องได้แก่ กลุ่มผู้รู้ (Key Informant) ได้แก่ ผู้นำชุมชนหรือปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำทางศาสนา ผู้วิจัยใช้แบบสำรวจภาคสนาม และแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง ผู้วิจัยนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ โดยเรียบเรียงและนำเสนอด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์และภาพประกอบ ผลการศึกษาพบว่า การก่อสร้างสิมของวัดสระทอง ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากกลุ่มช่างญวน มีการนำรูปแบบการก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบช่างญวน ซึ่งเป็นการก่อสร้างแบบก่ออิฐถือปูนและประดับผนังสิมด้วยลวดลายปูนปั้นแบบนูนต่ำเขียนสี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสิมแบบญวน และมีการประดับกระจกแก้วสีบนลวดลายปูนปั้นรอบสิมเป็นการประดับด้วยกระจกเงาทรงกลมจากตลับแป้งพัฟ และกระจกเงารูปทรงสี่เหลี่ยม มีการประดับปกระจกเป็นบางจุดเท่านั้น ทำให้กระจกแก้วสีที่ประดับมีน้อย อีกทั้งเป็นกระจกเงาจึงไม่มีสีสัน และไม่สะดุดตาผู้พบเห็นเท่าลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้ยัง พบว่า มีการนำแนวคิดด้านพุทธศาสนาและความเชื่อซึ่งสะท้อนการดำเนินชีวิตของคนในชุมชนมาใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ลวดลายโดยรอบสิมวัดสระทอง ส่งผลให้สิมของวัดสระทองได้รับรางวัลอาคารทรงคุณค่า (Award of Merit) ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO)
เอกสารอ้างอิง
Atipattayakul, C. (2014). Styles of Vietnamese Influenced Ordination Hallsin Northeast Siam and the Development of the Artwork. Damrong Journal, Vol 13, No.2, 2014.
KKU art & cultural center. (2558). Northeastern architecture. [Online]. http://cac.kku.ac.th/esanart/architecture.html. [22 June 2018]
Phongkanpai, N. (2018). Kaewsri Isan: artisan art and symbols in religion. Khon Kaen: Khon Kaen University.
Snodgrass, A. (1994). Symbol of the stupa. Bangkok: Thammasat University.
Srisuro, W. (2537). Note. (Partial). To Luang Prabang on religion. ARCH KKU Journal, 1(3), 18-19.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
