การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน วิชาสังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้แต่ง

  • อัมรินทร์ จันทมาศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • อรัญ ซุยกระเดื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบโครงงานเป็นฐาน, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความพึงพอใจ

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบบรรยาย
อยู่ภายในห้องเรียน ยังขาดกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการคิด ซึ่งการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน มีลักษณะของการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นผู้กำหนดสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ฝึกการวางแผน การดำเนินงานที่เป็นระบบ การลงมือปฏิบัติตามแผน และการสรุปผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน 3) ศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ สาระเศรษฐศาสตร์ ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาผลของการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน
กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนสาธิตวิชชาลัย อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 20 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 แผน รวม 16 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ก่อนเรียนและหลังเรียน แบบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ
ของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้แบบโครงงาน มาตรประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ

ผลการวิจัย: พบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบโครงงาน สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 83.67/87.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 2) นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีความ
พึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.49 ซึ่งอยู่ในระดับมาก

สรุปผล: การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนําไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนระดับชั้นที่สูงขึ้นได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2540). หลักสูตรก่อนประถมศึกษา พุทธศักราช 2540. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ คุรุสภาลาดพร้าว.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กฤษณา อุดมโภชน์. (2556). ผลของการสอนแบบโครงงานที่มีต่อทักษะการแสวงหาความรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์:มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

จิราภรณ์ ศิริทวี. (2542). โครงงาน : ทางเลือกใหม่ของการสร้างปัญญาชน. วารสารวิชาการ, 2(8),33–38.

ทิศนา แขมมณี. (2547). องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพศาสตร์การสอน.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2550). ศาสตร์การสอน (พิมพ์ครั้งที่6). กรุงเทพฯ: ด้านสุทธาการพิมพ์.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปรเมศวร์ วงศ์ชาชน, (2559). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับโครงงานเป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 10 (ฉบับพิเศษ 463).

พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2548). วิธีวิทยาการสอนวิทยาศาสตร์ทั่วไป. กรุงเทพฯ:พัฒนาคุณภาพวิชาการ.

วิโรจน์ ศรีโภคา และคณะ. (2544). การจัดการเรียนรู ้แบบโครงงานสู ่การปฏิบัติการเรียนรู ้.กรุงเทพฯ: ธรรมสาร

สุคนธ์ สินธพานนท์ และคณะ. (2545). การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : ไทยล้วนเกล้า.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิก.

อรัญ ซุยกระเดื่อง. (2559). สถิติสำหรับการวิจัย. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-27

รูปแบบการอ้างอิง

จันทมาศ อ., & ซุยกระเดื่อง อ. . (2026). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน วิชาสังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 . Journal for Developing the Social and Community, 13(1), 479–492. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/297349

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย