ความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยปัญหาอนามัยชุมชน ของนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์
คำสำคัญ:
การวินิจฉัยปัญหาอนามัยชุมชน, การระบุปัญหาสุขภาพในชุมชน, การจัดลำดับความสำคัญของปัญหาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การประเมินสถานการณ์สุขภาพชุมชนเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้เห็นโครงสร้างปัญหาที่แท้จริงและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนผ่านการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ซึ่งนำไปสู่การวิเคราะห์สาเหตุและแผนงานโครงการที่ยั่งยืน การวินิจฉัยปัญหาอนามัยชุมชนถือเป็นรากฐานสำคัญในการเข้าใจบริบททั้งด้านประชากร เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อระบุปัญหาสุขภาพอย่างถูกต้องและตรงประเด็น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยปัญหาอนามัยชุมชนของนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและสมรรถนะของนักศึกษา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการศึกษาแบบผสานวิธี (Mixed methods research design) กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการพัฒนาอนามัยชุมชน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 115 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบทดสอบเรื่องการวินิจฉัยปัญหาอนามัยชุมชน ประกอบด้วยข้อสอบจำนวน 24 ข้อ จำแนกเป็นข้อสอบปรนัย 20 ข้อ และอัตนัย 4 ข้อ แนวทางของข้อสอบใช้สถานการณ์สมมติเพื่อเชื่อมโยงปัญหาและสถาณการณ์ต่าง ๆ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) จากการเขียนตอบของนักศึกษา
ผลการวิจัย: พบว่านักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 38.52 จาก 70 คะแนน (SD = 12.56) เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ผ่านร้อยละ 60 พบว่ามีนักศึกษาเพียงร้อยละ 48.70 ที่ผ่านเกณฑ์โดยรวม ทั้งนี้คะแนนเฉลี่ยอัตนัย (28.49) มีสัดส่วนผู้ผ่านเกณฑ์ (ร้อยละ 54.78) สูงกว่าคะแนนปรนัย จากการวิเคราะห์เชิงลึกพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่สามารถอธิบายขั้นตอนการวินิจฉัยชุมชนได้ แต่ยังมีข้อจำกัดในการจำแนกปัญหาเชิงผลลัพธ์และปัจจัยเสี่ยง การให้คะแนนเพื่อจัดลำดับความสำคัญของปัญหาบางส่วนยังไม่เหมาะสม รวมถึงความผิดพลาดในการใช้ลูกศรแสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผลใน Web of Causation ซึ่งสะท้อนว่านักศึกษาบางกลุ่มยังขาดความเข้าใจเชิงระบบ
สรุปผล: ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่านักศึกษายังมีความเข้าใจในขั้นตอนกระบวนการวินิจฉัยชุมชนไม่สมบูรณ์ในบางประเด็น โดยเฉพาะทักษะการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของปัจจัยกำหนดสุขภาพและการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบการจัดการเรียนการสอนในอนาคต เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุและผลและการประยุกต์ใช้ทฤษฎี
สู่การปฏิบัติงานในพื้นที่จริงอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กิตติพงศ์ พลเสน และคณะ. (2559). การระบุและสังเคราะห์ปัญหาสุขภาพชุมชนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 11(2), 22-32.
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี.(2563). หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2567. https://acad.vru.ac.th/uploads/267.pdf
ชิดชัย หาฉวี และอลงกต ประสานศรี. (2568). การศึกษาเพื่อประเมินสถานการณ์สุขภาพชุมชนโดยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในตำบลสระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารการแพทย์และสาธารณสุขเขต 4, 15(2), 100-110.
ณิชชาภัทร ขันสาคร. (2561). การจัดลำดับความสำคัญของปญหาสุขภาพชุมชน. วารสารสุขศึกษา, 41(2), 1-17.
นฤมล สิงห์ดง (2556). เอกสารประกอบการสอนวิชาการพยาบาลอนามัยชุมชน เรื่อง การใช้กระบวนการพยาบาลในการแก้ปัญหาสุขภาพชุมชน. เข้าถึง 22 พ.ย. 68 จาก https://shorturl.asia/AtLq8
ปริญญา จิตอร่าม. (2564). อนามัยชุมชม: โครงการอบรมฟื้นฟูองค์ความรู้วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ออนไลน์ 2564. เข้าถึง 22 พ.ย. 68 จาก https://surl.li/maibbt
มณุเชษฐ์ มะโนธรรม. (2565). การวินิจฉัยปัญหาอนามัยชุมชนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ.วารสารวิจัยการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 14(2), 295-308.
Creswell, J. (2008). Educational research: Planning, conducting and evaluating quantitative and qualitative research (3rd ed.). Pearson Prentice Hall.
Dawadi, S., Shrestha, S., & Giri, R. A. (2021). Mixed-Methods Research: A Discussion on its Types, Challenges, and Criticisms. Journal of Practical Studies in Education, 2(2), 25–36. https://doi.org/10.46809/jpse.v2i2.20
MacMahon B, Pugh TF. Epidemiology: Principles and Methods. Harvard University Press; 1970.
Suttiwan, W., Yuenyong, C., & Maneelam, P. (2022). Autoethnographic Research Grounded Knowledge in School Context. Journal of Teacher Professional Learning Community (JTPLC),
(2), 33–60. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/JTPLC/article/view/262247
World Health Organization. (2025). Who are we?. https://www.who.int/about/who-we-are
United Nation. (2015). The 2030 Agenda for Sustainable Development. https://sdgs.un.org/goals
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
