ภาวะผู้ตามที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อำเภอจอมพระ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1
คำสำคัญ:
ภาวะผู้ตาม, ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ภาวะผู้ตามเป็นกระบวนการที่บุคลากรแสดงออกถึงความสามารถ
ความรับผิดชอบ และความร่วมมือในการทำงานกับผู้นำและเพื่อนร่วมงาน โดยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจ ผู้ตามที่มีคุณภาพจะไม่เพียงทำตามคำสั่ง แต่จะมีความคิดริเริ่ม กล้าแสดงออก
มีความรับผิดชอบ กระตือรือร้น และทำงานร่วมกับผู้นำอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษา ภาวะผู้ตามของบุคลากร
ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้ตามกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 4) เพื่อศึกษาภาวะผู้ตามที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ระเบียบวิธีวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 196 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน สุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มการสุ่มแบบแบ่งชั้น
ตามสัดส่วนของขนาดโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.905 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย: 1) ภาวะผู้ตามในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) ประสิทธิภาพ
ในการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้ตามกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความสัมพันธ์กันทางบวก อยู่ในระดับปานกลาง (rXY = 0.57) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ภาวะผู้ตามที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านภาวะผู้ตามประสิทธิผล ด้านภาวะผู้ตามแบบปรับตามและด้านภาวะผู้ตามแบบทำงานเอาตัวรอด โดยสามารถร่วมอธิบายแปรปรวนการส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ได้ร้อยละ 47.70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุป: ครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยรวมมีภาวะผู้ตามอยู่ในระดับมาก มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก ภาวะผู้ตามมีความสัมพันธ์ทางบวกกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับปานกลาง ภาวะผู้ตามที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ได้แก่ ด้านภาวะผู้ตามประสิทธิผล
ด้านภาวะผู้ตามแบบปรับตามและด้านภาวะผู้ตามแบบทำงานเอาตัวรอด โดยสามารถร่วมอธิบายแปรปรวนการส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ได้ร้อยละ 47.70
เอกสารอ้างอิง
ชาลินี ปลูกผลงาม, ธนัชญกร ชิณวงค์, พัชร์หทัย จารุทวีผลนุกูลและชเนตตี พุ่มพฤกษ์. (2565). ผลกระทบของภาวะผู้ตามในฐานะตัวแปรคั่นกลางในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำและประสิทธิภาพทีมงาน: กรณีศึกษาของพนักงานซูเปอร์มาเก็ต. วารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(1), 37–47.
มนวัฒน์ คำรินทร์. (2565). ภาวะผู้ตามของครูผู้สอนตามความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
มาฆพร กรานต์เจริญ. (2561). ปัจจัยภาวะผู้ตามแบบมีประสิทธิผลและแรงจูงใจที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดใหญ่. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วีรเชษฐ์ มังแว่น. (2562). ภาวะผู้ตามที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อิมรอน ลีเละ. (2562). แบบภาวะผู้ตามของครุโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดกระบี่. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ธีระสา อยู่โต. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
Kelley, R. E. (1992). The power of followership. New York: Doubleday.
Krejcie,R.V. and Morgan.D.W. (1970). “Determining Size for Research Activities,” Education and Psychological Measurement. 30(3): 607-610.
Kerlinger, F. N. (1973). Foundation of Bducatioral Research. 2nd ed. New York: Holt, Rinehart & Winston.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
