การสร้างและประเมินรูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยสำหรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

ผู้แต่ง

  • จิรวุฒิ พงษ์โสภณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ฐาปนา จ้อยเจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • วิษณุ สุทธิวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ https://orcid.org/0009-0006-1792-0577
  • สุชาวดี สมสำราญ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

คำสำคัญ:

การพัฒนาครูผู้ช่วย, รูปแบบกิจกรรม, การเข้าสู่วิชาชีพครู, การประเมินความเหมาะสม

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ (1) เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยสำหรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในโครงการ Induction Program รุ่นที่ 8
(2) เพื่อประเมินความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรมที่พัฒนาขึ้น และ (3) เพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตร Induction Program ให้ตอบสนองต่อความต้องการของครูผู้ช่วยในระยะยาว

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้ช่วยจำนวน 72 คน จาก 9 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางตอนบน ที่เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 26–28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามความคิดเห็น และบันทึกการสะท้อนคิด (Reflection Notes) ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ

ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยที่สร้างขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) การสร้างเจตคติและอัตลักษณ์ความเป็นครูที่เข้มแข็ง 2) การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและนวัตกรรมการสอน 3) การส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ 4) การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงสู่การพัฒนาผลงานทางวิชาชีพ (วPA) โดยกิจกรรมหลักครอบคลุมการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การพัฒนานวัตกรรมการสอนผ่านสื่อและเทคโนโลยี การวิจัยในชั้นเรียน การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม และการออกแบบแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (2) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.42, SD = 0.52) สะท้อนถึงความเหมาะสมทั้งด้านเนื้อหา กระบวนการจัดกิจกรรม และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริงในสถานศึกษา และ (3) ผลการสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนา พบว่าควรปรับปรุงด้านการออกแบบโครงสร้างเวลาอบรมให้เหมาะสม ลดความหนาแน่นของกิจกรรม เพิ่มพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้ช่วย และเพิ่มหัวข้อสนับสนุนสมรรถนะเชิงวิชาชีพที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะการโค้ชการเรียนรู้ จิตวิทยาครูเชิงบวก และการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนเสนอให้มีระบบติดตามผลหลังอบรมผ่าน PLC ออนไลน์หรือครูพี่เลี้ยงทางวิชาชีพเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

สรุปผล: รูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยสำหรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีความเหมาะสมในระดับ มาก และมีข้อเสนอแนะให้ ปรับปรุงโครงสร้างเวลาอบรม ลดความหนาแน่นกิจกรรม และเพิ่มหัวข้อเชิงวิชาชีพที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

เอกสารอ้างอิง

คณะทำงานยกร่างหลักสูตรพัฒนาครูพัฒนาท้องถิ่นระยะการเข้าสู่วิชาชีพ. (2561). แนวทางการออกแบบหลักสูตรการพัฒนาครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะการเข้าสู่วิชาชีพ (Induction Period). สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). รายงานผลการประเมินคุณภาพครูผู้ช่วยในช่วงทดลองงาน. สพฐ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). รายงานการวิจัยและพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะครูเพื่อการศึกษาในศตวรรษที่ 21. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

Avalos, B. (2011). Teacher professional development in Latin America: Growth and perspectives. European Journal of Education, 46(2), 162–176.

Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (5th ed.). SAGE.

Darling-Hammond, L. (2017). Teacher education around the world: What can we learn from international practice? European Journal of Teacher Education, 40(3), 291–309. https://doi.org/10.1080/02619768.2017.1315399

Fullan, M. (2014). The principal: Key to system change. Corwin Press.

Guskey, T. R. (2002). Professional development and teacher change. Teachers and Teaching: Theory and Practice, 8(3), 381–391.

Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Southwest Educational Development Laboratory.

Ingersoll, R., & Strong, M. (2011). The impact of induction and mentoring programs for beginning teachers: A critical review of the research. Review of Educational Research, 81(2), 201–233. https://doi.org/10.3102/0034654311403323

Knowles, M. S. (1984). Andragogy in action: Applying modern principles of adult learning. Jossey-Bass.

Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2021). Strengthening the teaching profession: A whole-system approach. OECD Publishing.

Smith, T. M., & Ingersoll, R. M. (2004). Reducing the problem of teacher turnover: Comparison of induction and mentoring programs on the attrition of beginning teachers. American Educational Research Journal, 41(3), 681–714.

Tavakol, M., & Dennick, R. (2011). Making sense of Cronbach’s alpha. International Journal of Medical Education, 2, 53–55. https://doi.org/10.5116/ijme.4dfb.8dfd

United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO). (2015). Continuous professional development for teachers. UNESCO.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-20

รูปแบบการอ้างอิง

พงษ์โสภณ จ. ., จ้อยเจริญ ฐ., สุทธิวรรณ ว., & สมสำราญ ส. . (2026). การสร้างและประเมินรูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยสำหรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น. Journal for Developing the Social and Community, 13(1), 191–210. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/295413

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย