การสร้างและประเมินรูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยสำหรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
คำสำคัญ:
การพัฒนาครูผู้ช่วย, รูปแบบกิจกรรม, การเข้าสู่วิชาชีพครู, การประเมินความเหมาะสมบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ (1) เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยสำหรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในโครงการ Induction Program รุ่นที่ 8
(2) เพื่อประเมินความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรมที่พัฒนาขึ้น และ (3) เพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตร Induction Program ให้ตอบสนองต่อความต้องการของครูผู้ช่วยในระยะยาว
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้ช่วยจำนวน 72 คน จาก 9 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางตอนบน ที่เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 26–28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามความคิดเห็น และบันทึกการสะท้อนคิด (Reflection Notes) ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยที่สร้างขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) การสร้างเจตคติและอัตลักษณ์ความเป็นครูที่เข้มแข็ง 2) การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและนวัตกรรมการสอน 3) การส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ 4) การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงสู่การพัฒนาผลงานทางวิชาชีพ (วPA) โดยกิจกรรมหลักครอบคลุมการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การพัฒนานวัตกรรมการสอนผ่านสื่อและเทคโนโลยี การวิจัยในชั้นเรียน การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม และการออกแบบแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (2) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.42, SD = 0.52) สะท้อนถึงความเหมาะสมทั้งด้านเนื้อหา กระบวนการจัดกิจกรรม และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริงในสถานศึกษา และ (3) ผลการสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนา พบว่าควรปรับปรุงด้านการออกแบบโครงสร้างเวลาอบรมให้เหมาะสม ลดความหนาแน่นของกิจกรรม เพิ่มพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้ช่วย และเพิ่มหัวข้อสนับสนุนสมรรถนะเชิงวิชาชีพที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะการโค้ชการเรียนรู้ จิตวิทยาครูเชิงบวก และการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียน ตลอดจนเสนอให้มีระบบติดตามผลหลังอบรมผ่าน PLC ออนไลน์หรือครูพี่เลี้ยงทางวิชาชีพเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สรุปผล: รูปแบบกิจกรรมพัฒนาครูผู้ช่วยสำหรับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีความเหมาะสมในระดับ มาก และมีข้อเสนอแนะให้ ปรับปรุงโครงสร้างเวลาอบรม ลดความหนาแน่นกิจกรรม และเพิ่มหัวข้อเชิงวิชาชีพที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
เอกสารอ้างอิง
คณะทำงานยกร่างหลักสูตรพัฒนาครูพัฒนาท้องถิ่นระยะการเข้าสู่วิชาชีพ. (2561). แนวทางการออกแบบหลักสูตรการพัฒนาครูในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะการเข้าสู่วิชาชีพ (Induction Period). สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). รายงานผลการประเมินคุณภาพครูผู้ช่วยในช่วงทดลองงาน. สพฐ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). รายงานการวิจัยและพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะครูเพื่อการศึกษาในศตวรรษที่ 21. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Avalos, B. (2011). Teacher professional development in Latin America: Growth and perspectives. European Journal of Education, 46(2), 162–176.
Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (5th ed.). SAGE.
Darling-Hammond, L. (2017). Teacher education around the world: What can we learn from international practice? European Journal of Teacher Education, 40(3), 291–309. https://doi.org/10.1080/02619768.2017.1315399
Fullan, M. (2014). The principal: Key to system change. Corwin Press.
Guskey, T. R. (2002). Professional development and teacher change. Teachers and Teaching: Theory and Practice, 8(3), 381–391.
Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Southwest Educational Development Laboratory.
Ingersoll, R., & Strong, M. (2011). The impact of induction and mentoring programs for beginning teachers: A critical review of the research. Review of Educational Research, 81(2), 201–233. https://doi.org/10.3102/0034654311403323
Knowles, M. S. (1984). Andragogy in action: Applying modern principles of adult learning. Jossey-Bass.
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2021). Strengthening the teaching profession: A whole-system approach. OECD Publishing.
Smith, T. M., & Ingersoll, R. M. (2004). Reducing the problem of teacher turnover: Comparison of induction and mentoring programs on the attrition of beginning teachers. American Educational Research Journal, 41(3), 681–714.
Tavakol, M., & Dennick, R. (2011). Making sense of Cronbach’s alpha. International Journal of Medical Education, 2, 53–55. https://doi.org/10.5116/ijme.4dfb.8dfd
United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO). (2015). Continuous professional development for teachers. UNESCO.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
