การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หมู่บ้านนำร่อง จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ดวงกมล ดำรงวงศ์เจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • สิทธิพรร์ สุนทร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • สมเกียรติ เกียรติเจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

การจัดการ, ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, หมู่บ้านนำร่อง

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นการท่องเที่ยวที่เน้นการพักผ่อน สู่การเดินทางที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ และสัมผัส วัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเกิดจากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มองเห็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทำให้เกิดการสร้างสรรค์และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ใช้องค์ประกอบทางวัฒนธรรมเป็นทรัพยากรหลัก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไป ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2) เพื่อศึกษาศักยภาพการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของหมู่บ้านนำร่อง จังหวัดมหาสารคาม และ 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของหมู่บ้านนำร่อง จังหวัดมหาสารคาม

ระเบียบวิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 6 กลุ่มๆ ละ 2 คน จำนวน 12 คน ใช้การสัมภาษณ์แบบเชิงลึกในการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพทั่วไป พบว่า สภาพทั่วไปหมู่บ้านมีแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ สะพานไม้แกดำ อ่างเก็บน้ำหนองแกดำ วัดหนองหูลิง มีผลิตภัณฑ์ของแหล่งท่องเที่ยวที่หลายหลาย มีการให้บริการนักท่องเที่ยวและ มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย 2) ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของหมู่บ้านนำร่อง จังหวัดมหาสารคาม พบว่า มีสะพานไม้เก่าแก่ มีอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ
มีประเพณีการแห่เทียนของชุมชนที่สวยงาม วงมโหรี มีศิลปหัตถกรรมต่างๆ มีวัฒนธรรมที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวชม นักท่องเที่ยวและชุมชนมีส่วนร่วมและร่วมในกิจกรรมการดำเนินชีวิตในชุมชน
เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และ 3) ข้อเสนอแนะการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่า
ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อ สร้างเพจชุมชน ควรมีกิจกรรมในแต่ละเดือน ต้องมีการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและให้เพิ่มลูกเล่นให้น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น มีงบประมาณมาช่วยสนับสนุนช่วยเหลือสนับสนุน เน้นการท่องเที่ยวที่ใส่ใจถึงสิ่งแวดล้อม ควรส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการพัฒนา เช่น การออกแบบกิจกรรมหรือการอนุรักษ์วัฒนธรรม ควรพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น
ที่พัก ร้านอาหารและระบบการคมนาคมให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม ปลูกฝังลูกหลานให้อนุรักษ์และพัฒนาและสอนให้ลูกหลานทำสืบทอดต่อไป

สรุปผล: การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของหมู่บ้านนำร่อง จังหวัดมหาสารคาม พบว่า สภาพทั่วไปหมู่บ้านมีทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมองค์กรชุมชน การจัดการ และการเรียนรู้ ให้สามารถรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นและระบบนิเวศในพื้นที่นั้นและเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและควรส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมและต่อเนื่องในการทํางานด้านอนุรักษ์ด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมด้วย

เอกสารอ้างอิง

กฤษณะ เนียมหอม และ กัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์. (2564). การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยชุมชน. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(11), 350–363.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2562). มาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2566. จาก https://www.tat.or.th/th.

กันฑิมาลย์ จินดาประเสริฐ. (2560). ความสัมพันธ์ของภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวกับการท่อง เที่ยวเชิงพุทธของอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารช่อพะยอม, 28(2), 305-314.

จังหวัดมหาสารคาม. (2565). จังหวัดมหาสารคาม ไปแล้วจะรู้ อยู่แล้วจะรัก. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2566 https://mahasarakham.go.th/new/news/detail/1842/ data.html

ชฎิล มาตรา. (2560). แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาของพระบรมธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารช่อพะยอม, 8(2), 57-63.

ฐิตาภา บำรุงศิลป์. (2565). การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์/ต่อยอดวัฒนธรรมลาวครั่ง บ้านกุดจอก จังหวัดชัยนาท. วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, 18(1), 45–61.

ทิพวรรณ พุ่มมณี, (2557). การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคําแหง.

นงลักษณ์ จันทาภากุล และนรินทร์ สังข์รักษา. (2556). การศึกษาศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมของชุมชนบ้านหัวเขาจีนจังหวัดราชบุรี. วารสารวิทยบริการมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์, 24(2), 143-156.

บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา, (2562). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : เพรสแอนด์ดีไซน์

พยอม ธรรมบุตร (2559). หลักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

วรภพ วงค์รอด. (2560). แนวทางการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมของชุมชนวัฒนธรรมในพื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์. รายงานการวิจัย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

สินธุ์ สโรบล. (2564). การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน http://www.vcharkarn.com/ varticle/38304 15 ธันวาคม 2566.

อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน. (2560). ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

อุดร วงษ์ทับทิม และสุภาวิณี ทรงพรวาณิชย์. (2545). ชุมชนกับการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์.

อรรถพงศ์ ศรีตะลาลัย และชวลีย์ ณ ถลาง. (2563). การทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในด้านความเชื่อเรื่อง “พญานาค” ของนักท่องเที่ยวชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดอุดรธานี - จังหวัดหนองคาย -จังหวัดบึงกาฬ -จังหวัดนครพนม) ประเทศไทย. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี,14 (1), 53-74

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-16

รูปแบบการอ้างอิง

ดำรงวงศ์เจริญ ด., สุนทร ส. ., & เกียรติเจริญ ส. . . (2025). การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หมู่บ้านนำร่อง จังหวัดมหาสารคาม. Journal for Developing the Social and Community, 12(3), 285–300. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/294764

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย