การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบสำหรับนักศึกษาครู สาขาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการเรียนรู้, ทักษะการคิดซับซ้อน, ทักษะการคิดเชิงระบบบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบและศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบสำหรับนักศึกษาครู สาขา พลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่เรียนในรายวิชา วิทยาการจัดการเรียนรู้ ภาคปลาย ปีการศึกษา 2566 ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) จำนวน 69 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการ 2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบ 3) แบบวัดทักษะการคิดซับซ้อน 4) แบบวัดทักษะการคิดเชิงระบบ และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)
ระเบียบวิธีการวิจัย: การเก็บข้อมูลครั้งนี้ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ตามกรอบแนวคิดของ Borg and Gall ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็น (2) การออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ (3) การตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของรูปแบบ และ (4) การทดลองใช้รูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (R1) ดังนี้ 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และ 2. ศึกษาข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนารูปแบบ
ระยะที่ 2 พัฒนาร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (D1) ดังนี้ 3. จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อจัดทำร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบ 4. ทดลองใช้ร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Pilot study) (R2) กับกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 38 คน แล้วนำร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้มาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น (D2) และ 5. จัดประชุมวิพากษ์รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบ
ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ (R3) ดังนี้ 6. นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบ ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 69 คน และ 7. ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบ
ผลการวิจัย: 1. ผลการศึกษาสภาพปัญหา อยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่มีความต้องการอยู่ในระดับมาก และพบว่า ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบสำหรับนักศึกษาครู สาขาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ MTACS Model มีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 : การสร้างแรงจูงใจ (Motivation Stage : M) ขั้นตอนที่ 2 : การฝึกการคิดซับซ้อนและคิดเชิงระบบ (Complex & Systems Thinking Stage : T) ขั้นตอนที่ 3 : การลงมือปฏิบัติ (Action/Practice Stage : A) ขั้นตอนที่ 4 : การสรุปองค์ความรู้ (Knowledge Consolidation Stage : C และ ขั้นตอนที่ 5 : การเผยแพร่องค์ความรู้ (Knowledge Sharing & Dissemination Stage : S) โดยมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและมีประสิทธิภาพ 80.04/80.09 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
- 2. ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อนและการคิดเชิงระบบสำหรับนักศึกษาครู สาขาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง พบว่า 1) ผู้เรียนมีทักษะการคิดซับซ้อนและคิดเชิงระบบ หลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ความพึงพอใจของนักศึกษา โดยรวมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
สรุปผล: ผลการวิจัยสรุปได้ว่า สภาพปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่มีความต้องการอยู่ในระดับมาก และได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ MTACS Model มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและมีประสิทธิภาพ 80.04/80.09 เมื่อนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ MTACS Model ไปใช้ พบว่า นักศึกษามีทักษะการคิดซับซ้อนและคิดเชิงระบบ หลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักศึกษามีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ MTACS Model อยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
ตะวัน ไชยวรรณ และกุลธิดา นุกูลธรรม. (2564). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน : การ
เรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมความรู้ของผู้เรียนในโลกแห่งความจริง. วารสารบัณฑิตศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 15(2), 251-263.
นภาศิริ ฤกษนันทน์. (2564). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดซับซ้อน
สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสาธิต สังกัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ปริญญานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บัวลักษณ์ เพชรงาม. (2565). การพัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบที่จัดการเรียนรู้การเรียนรู้ดิจิทัลโดยใช้
ปัญหาเป็นฐานร่วมกับเทคนิค STAD ของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ
สวนสุนันทา. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(7), 207-224.
ไพศาล วรคำ. (2554). การวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.
ฤทัยรัตน์ ชิดมงคล และสมยศ ชิดมงคล, (2560). การคิดเชิงระบบ: ประสบการณ์การสอนเพื่อพัฒนา
การคิดเชิงระบบ, วารสารครุศาสตร์, 45(2), 209-224.
รุ่งทิวา นาวีพัฒนา. (2564). การพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบโดยใช้เทคนิคแผนที่ความคิด,
ครุศาสตร์สาร, 15(2), 31-41.
วัฒนพร ระงับทุกข์.(2563). สมรรถนะเด็กไทยในยุคโลกพลิกผัน (VUCA World) Thai Learners’ Key
Competencies in a VUCA World. คุรุสภาวิทยาจารย์ JOURNAL OF TEACHER
PROFESSIONAL DEVELOPMENT, 1(1),ออนไลน์.
วิชัย วงษ์ใหญ่และมารุต พัฒผล. (2562). จากการคิดซับซ้อนสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม. กรุงเทพฯ:
ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
Tobón, S.; Luna-Nemecio, J. (2021). Complex Thinking and Sustainable Social
Development: Validity and Reliability of the COMPLEX-21 Scale. Sustainability
,13, 6591. https:// doi.org/10.3390/su13126591
World Economic Forum.(2020). The Future of Jobs Report 2020 October 2020. 91-93
route de la Capite CH-1223 Cology/Geneva Switzerland.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
