The การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) เพื่อพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับครูระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 3
คำสำคัญ:
หลักสูตรฝึกอบรม, สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้, การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา, การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับครูระดับประถมศึกษา 2) เพื่อสร้างหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับครูระดับประถมศึกษา 3) เพื่อใช้หลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับครูระดับประถมศึกษา 4) เพื่อประเมินหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับครูระดับประถมศึกษา
ระเบียบวิธีการวิจัย: ดำเนินการวิจัยเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ระยะที่ 2 การสร้างหลักสูตรฝึกอบรม ระยะที่ 3 การใช้หลักสูตรฝึกอบรม และระยะที่ 4 การประเมินหลักสูตรฝึกอบรม กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูที่ปฏิบัติหน้าที่สอนรายวิชา ภาษาอังกฤษ ระดับชั้นประถมศึกษาในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3จำนวนทั้งหมด 30 คน ได้มาจากการอาสาสมัคร ซึ่งเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
ที่ผู้บริหารโรงเรียนให้ความร่วมมือให้เข้าร่วมฝึกอบรมในหลักสูตร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ หลักสูตรฝึกอบรม แบบทดสอบ แบบประเมิน และแบบวัดสมรรถนะ และแบบประเมินหลักสูตรฝึกอบรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t-test (Dependent Samples)
- 1. สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ประกอบด้วย 3 ด้าน 10 สมรรถนะ 33 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ 1) ด้านความรู้ จำนวน 5 สมรรถนะ 19 ตัวบ่งชี้ 2) ด้านทักษะ จำนวน 4 สมรรถนะ 10 ตัวบ่งชี้ และ 3) ด้านเจตคติ จำนวน 1 สมรรถนะ 4 ตัวบ่งชี้ ส่วนผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ พบว่า สภาพปัจจุบันของสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยรวมอยู่ในระดับน้อย (= 1.95, S.D. = 37) สภาพที่พึงประสงค์ของสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.87, S.D. = 0.03) และครูผู้สอนมีความต้องการจำเป็นให้เกิด สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจทุกสมรรถนะ 2. หลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของหลักสูตรฝึกอบรม 2) วัตถุประสงค์ของหลักสูตรฝึกอบรม 3) เนื้อหาสาระของหลักสูตรฝึกอบรม 4) กิจกรรมการเรียนรู้ ของหลักสูตรฝึกอบรม 5) สื่อ นวัตกรรมและแหล่งเรียนรู้ประกอบหลักสูตรฝึกอบรม และ 6) การวัดและประเมินผลของหลักสูตรฝึกอบรม ส่วนเนื้อหาสาระของหลักสูตรฝึกอบรม มี 5 หน่วยการเรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 24 ชั่วโมง ได้แก่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) จำนวน 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หลักการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) จำนวน 3 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สื่อและนวัตกรรมในการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) จำนวน 6 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การออกแบบและการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) จำนวน 6 ชั่วโมง และหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การนำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) จำนวน 6 ชั่วโมง โดยกำหนดกิจกรรมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ตามสถานการณ์ตามที่หลักสูตรฝึกอบรมกำหนดไว้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย การฟังบรรยาย การสาธิต การฝึกปฏิบัติในการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social Constructivism) ในการแสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้เข้าอบรมด้วยกัน การลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) และการนำเสนอผลงาน 3. ผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรม พบว่า สมรรถนะครูด้านความรู้หลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนการฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 สมรรถนะครูด้านทักษะโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.55, S.D. = 0.55) สมรรถนะครูด้านเจตคติโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก
( = 4.80, S.D. = 0.11) โดยเจตคติหลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรม และความพึงพอใจต่อหลักสูตรฝึกอบรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.52, S.D. = 0.51) 4. ผลการประเมินหลักสูตรฝึกอบรม พบว่า โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.60, S.D. = 0.21) และเป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการ และมีประโยชน์ในการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) สำหรับครูระดับประถมศึกษา ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อได้
สรุปผล: หลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นสอดคล้องกับความต้องการและมีประโยชน์ในการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา (CLIL: Content and Language Integrated Learning) ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สำหรับครูระดับประถมศึกษาสามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อได้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
คามเคียน, อรพรรณ. (2553). การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและการประเมินทักษะการพูดใน บริบทประเทศไทย: มุมมองของครูไทย. วารสารการสอนภาษาอังกฤษ, 3(1), 184–190.
ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
พุทธุมาศ, พิณทิพย์. (2550). การจัดการศึกษาสองภาษาในประเทศไทย: แนวทางการพัฒนาครู.กระทรวงศึกษาธิการ.
ราชกิจจานุเบกษา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. 116 (ตอนที่ 74 ก). (น. 13–15).
สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2545). การส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
สุพรรษา ศรประเสริฐ. (2558). การอ่านเพื่อความเข้าใจ: แนวคิดและการสอน. กรุงเทพฯ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). แนวทางการพัฒนาครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21. สำนักนายกรัฐมนตรี.
Crystal, D. (2003). English as a global language (2nd ed.). Cambridge: Cambridge University Press.
Coyle, D., Hood, P., & Marsh, D. (2010). CLIL: Content and language integrated learning. Cambridge: Cambridge University Press.
Dalton-Puffer, C. (2011). Content-and-language integrated learning: From practice to principles? Annual Review of Applied Linguistics, 31, 182–204.
Eskey, D. E. (1979). A model program for teaching advanced reading to students of English as a foreign language. Language Learning, 29(1), 177–188.
Gierlinger, E. (2015). The multilingual turn in CLIL: Moving towards a translingual practice. International Journal of Bilingual Education and Bilingualism, 18(3), 297–311.
Grabe, W. (2014). Key issues in L2 reading development. In X. Deng & R. A. Anderson (Eds.), Second language reading research (pp. 5–30). New York: Routledge.
Khamkhien, A. (2010). Thai learners’ English productive skills: Research and implications. English Language Teaching, 3(3), 1–12.
Lorenzo, F., Casal, S., & Moore, P. (2009). The effects of content and language integrated learning in European education: Key findings from the Andalusian bilingual sections evaluation project. Applied Linguistics, 31(3), 418–442.
Marsh, D., Mehisto, P., Wolff, D., & Frigols, M. J. (2010). European framework for CLIL teacher education. Graz: European Centre for Modern Languages.
Nation, I. S. P. (2009). Teaching ESL/EFL reading and writing. New York: Routledge.
OECD. (2018). PISA 2018 results: What students know and can do (Volume I).Paris:OECD Publishing.
Punthumasen, P. (2007). International program for teacher education: An approach to tackling problems of English education in Thailand. Journal of Education, 2(1), 19–34.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). แนวทางการพัฒนาครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ในศตวรรษที่ 21. สำนักนายกรัฐมนตรี.
Crystal, D. (2003). English as a global language (2nd ed.). Cambridge: Cambridge University Press.
Coyle, D., Hood, P., & Marsh, D. (2010). CLIL: Content and language integrated learning. Cambridge: Cambridge University Press.
Dalton-Puffer, C. (2011). Content-and-language integrated learning: From practice to principles? Annual Review of Applied Linguistics, 31, 182–204.
Eskey, D. E. (1979). A model program for teaching advanced reading to students of English as a foreign language. Language Learning, 29(1), 177–188.
Gierlinger, E. (2015). The multilingual turn in CLIL: Moving towards a translingual practice. International Journal of Bilingual Education and Bilingualism, 18(3), 297–311.
Grabe, W. (2014). Key issues in L2 reading development. In X. Deng & R. A. Anderson (Eds.), Second language reading research (pp. 5–30). New York: Routledge.
Khamkhien, A. (2010). Thai learners’ English productive skills: Research and implications. English Language Teaching, 3(3), 1–12.
Lorenzo, F., Casal, S., & Moore, P. (2009). The effects of content and language integrated learning in European education: Key findings from the Andalusian bilingual sections evaluation project. Applied Linguistics, 31(3), 418–442.
Marsh, D., Mehisto, P., Wolff, D., & Frigols, M. J. (2010). European framework for CLIL teacher education. Graz: European Centre for Modern Languages.
Nation, I. S. P. (2009). Teaching ESL/EFL reading and writing. New York: Routledge.
OECD. (2018). PISA 2018 results: What students know and can do (Volume I). Paris: OECD Publishing.
Punthumasen, P. (2007). International program for teacher education: An approach to tackling problems of English education in Thailand. Journal of Education, 2(1), 19–34.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
