การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2

ผู้แต่ง

  • กิตตินันท์ธนัช กุมมารสิทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ณัฏฐชัย จันทชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ทิพาพร สุจารี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

หลักสูตรฝึกอบรม, สมรรถนะครู, การวัดและประเมินผู้เรียน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน 2) เพื่อสร้างหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน 3) เพื่อใช้หลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน 4) เพื่อประเมินหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน

ระเบียบวิธีการวิจัย: ดำเนินการวิจัยเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ระยะที่ 2 การสร้างหลักสูตรฝึกอบรม ระยะที่ 3 การใช้หลักสูตรฝึกอบรม และระยะที่ 4 การประเมินหลักสูตรฝึกอบรม กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ ข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2 จำนวนทั้งหมด 30 คน ได้มาจากการอาสาสมัคร ซึ่งเลือกแบบเจาะจงที่ผู้บริหารโรงเรียนให้ความร่วมมือให้เข้าร่วมฝึกอบรมในหลักสูตร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ หลักสูตรฝึกอบรม แบบทดสอบ แบบประเมิน และแบบวัดสมรรถนะ และแบบประเมินหลักสูตรฝึกอบรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t-test (Dependent Samples)

ผลการวิจัย: 1. สมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียนประกอบด้วย 3 ด้าน 12 สมรรถนะ 38 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ 1) ด้านความรู้ จำนวน 6 สมรรถนะ 22 ตัวบ่งชี้ 2) ด้านทักษะ จำนวน 5 สมรรถนะ 12 ตัวบ่งชี้ และ 3) ด้านเจตคติ จำนวน 1 สมรรถนะ 4 ตัวบ่งชี้ ส่วนผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน พบว่า สภาพปัจจุบันของสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน โดยรวมอยู่ในระดับน้อย สภาพที่พึงประสงค์ของสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก และครูผู้สอนมีความต้องการจำเป็นให้เกิดสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผู้เรียนทุกสมรรถนะ 2. หลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหาสาระ 4) กิจกรรมการเรียนรู้ 5) สื่อ นวัตกรรมและแหล่งเรียนรู้ 6) การวัดและประเมินผล ส่วนเนื้อหาสาระ ประกอบด้วย 7 หน่วยการเรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 36 ชั่วโมง ได้แก่ หน่วยที่ 1 ความรู้พื้นฐานในการวัดและประเมินผู้เรียน จำนวน 6 ชั่วโมง หน่วยที่ 2 การกำหนดวัตถุประสงค์ทางการศึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง หน่วยที่ 3 วิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินผู้เรียน จำนวน 3 ชั่วโมง หน่วยที่ 4 การสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผู้เรียน จำนวน 6 ชั่วโมง หน่วยที่ 5 การหาคุณภาพเครื่องมือวัดและประเมินผู้เรียน จำนวน 6 ชั่วโมง หน่วยที่ 6 การให้ระดับผลการเรียนและนำผลการวัดและประเมินผู้เรียนไปใช้ประโยชน์ จำนวน 6 ชั่วโมง และหน่วยที่ 7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการศึกษาในการวัดและประเมินผู้เรียน จำนวน 6 ชั่วโมง โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ การทำงานร่วมกัน และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ ผ่านกิจกรรมการฝึกอบรมที่ประยุกต์ใช้รูปแบบ วิธีการ และเทคนิคที่หลากหลาย 3. ผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรม พบว่า สมรรถนะด้านความรู้หลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนการฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .01 และมีค่า Cohen’s d = 2.35 ซึ่งอยู่ในระดับอิทธิพลสูงมาก สมรรถนะด้านทักษะโดยรวมอยู่ในระดับมาก สมรรถนะด้านเจตคติโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยเจตคติหลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรม และความพึงพอใจต่อหลักสูตรฝึกอบรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 4. ผลการประเมินหลักสูตรฝึกอบรม พบว่า โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด

สรุปผล: หลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นสอดคล้องกับความต้องการและมีประโยชน์ในการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน สามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อได้

เอกสารอ้างอิง

กรรณภรณ์ รุ่งแจ้ง. (2024). VUCA สู่ BANI: ความท้าทายของการจัดการศึกษาปฐมวัย. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 9(1), 282-291.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สืบค้นจาก

https://moe360.blog/2023/01/04/policy-and-focus-moe-fiscal-year-2024/

จารุนันท์ ขวัญแน่น. (2565). การประเมินทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ.วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 1(1), 77-91.

ฉารีฝ๊ะ หัดยี, วาสณา บุญส่ง และปิยะ ประสงค์จันทร์. (2564). สภาพ และความต้องการจําาเป็นในการพัฒนาหลักสูตรการวัดและประเมินผลสำ หรับการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติในระดับ อาชีวศึกษาผ่านระบบออนไลน์มัลติแพลตฟอร์ม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 41(2), 19-28.

_______. (2566). การพัฒนาหลักสูตรการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สำหรับการจัดการเรียนรู้ ของผู้สอนในระดับอาชีวศึกษาผ่านระบบออนไลน์มัลติแพลตฟอร์ม. วารสารวิชาการสถาบันการ

อาชีวศึกษาภาคใต้ 1, 8(1), 36-43.

ชนกพร จุฑาสงฆ์. (2559). การพัฒนาโปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. วิทยานิพนธ์: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ธนานันท์ ดียิ่ง. (2556). โปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน มัธยมศึกษา เขต 33. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. นครปฐม:

มหาวิทยาลัยศิลปากร.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ยุทธ ไกยวรรณ์. (2559). การวิจัยและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.

รวงทอง ถาพันธุ์. (2558). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะการประเมินผลการเรียนรู้ สำหรับครูประถมศึกษา โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยนเรศวร, 17(2),

-38.

ราชกิจจานุเบกษา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. ฉบับกฤษฎีกา, 116 (ตอนที่ 74 ก).

ราเมษ ลางกระโทก, เทพพร โลมารักษ์ และศรีเพ็ญ พลเดช. (2561). ปัญหาและแนวทางการบริหารงานวัดผลประเมินผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2561 (น. 621-629). บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

วราภรณ์ อาจคำไพ (2565). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ตามกรอบแนวคิดความรู้ในเนื้อหาศาสตร์การสอนและเทคโนโลยี (TPACK) สำหรับนักศึกษา

วิชาชีพครู. วิทยานิพนธ์: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

วิลาวัณย์ จารุอริยานนท์. (2567). สมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 (Teacher's Competencies in 21st Century). กรุงเทพฯ: โอ. เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.

ศักดิ์ศรี ปาณะกุล. (2556). การประเมินหลักสูตร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สมทรง สุภาพ. (2557). การประเมินผลหลักสูตรวิชาภาษาอังกฤษเทคนิคโดยใช้แบบจำลองซิปของนักศึกษา 3 กลุ่มวิชา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.

สรัญญา จันทร์ชูสกุล. (2561). แนวคิด หลักการ และยุทธวิธีการประเมินผลเพื่อการเรียนรู้. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 24(1), 1.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สุทธิกร แก้วทอง. (2563). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ของนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ.วิทยานิพนธ์: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์. (2556). การประเมินผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

อรอนงค์ มากจันทร์. (2555). การประเมินหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โรงเรียนประทุม อนุสรณ์ โดยใช้ CIPP Model. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. นครปฐม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

อรุณรุ่ง โยธสิงห์. (2559). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านการประเมินที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครูผู้สอนระดับประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

Ajzen, I., & Fishbein, M. (1980). Understanding attitudes and predicting social behavior. Prentice-Hall.

Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (Eds.). (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom's taxonomy of educational objectives.

Longman.

Bloom, B.S., et al. (1956). A Taxonomy of Educational Objectives: Handbook I The Cognitive Domain. Longman, Green Co., New York.

Darling-Hammond, L., Flook, L., Cook-Harvey, C., Barron, B., & Osher, D. (2017). Implications for educational practice of the science of learning and

development. Applied Developmental Science, 21(3), 97–140.

Gagne, R. M. (1985). The conditions of learning and theory of instruction (4th ed.). Holt, Rinehart & Winston.

Goldstein, I. L., & Ford, J. K. (2002). Training in organizations: Needs assessment, development, and evaluation (4th ed.). Wadsworth.

Kerlinger, F. N. (1986). Foundations of Behavior Research. Japan: CBS.

McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for “intelligence”. American Psychologist, 28(1), 1-14.

Noe, R. A. (2010). Employee training and development (5th ed.). McGraw-Hill/Irwin.

Popham, W. J. (2009). Assessment literacy for teachers: Faddish or fundamental? Theory into Practice, 48(1), 4-11.

_______. Classroom assessment: What teachers need to know (6th ed.). Pearson.

Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superior performance. John Wiley & Sons.

Stufflebeam, D. L. (1971). The Relevance of the CIPP Evaluation Model for Educational Accountability. Journal of Research and Development in Education, 5, 19-25.

Stiggins, R. J. (2005). Student-involved assessment for learning (4th ed.). Pearson Merrill Prentice Hall.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-10-27

รูปแบบการอ้างอิง

กุมมารสิทธิ์ ก. ., จันทชุม ณ., & สุจารี ท. (2025). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผู้เรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2. Journal for Developing the Social and Community, 12(3), 93–122. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/292389

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย