การบริหารปกครองแบบประสานความร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลงการบริการสาธารณะ รัฐบาลดิจิทัล
คำสำคัญ:
การบริหารปกครองแบบประสานความร่วมมือ, การบริการสาธารณะ, รัฐบาลดิจิทัล, การจัดการเปลี่ยนแปลงบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การบริหารปกครองแบบประสานความร่วมมือ เป็นแนวคิดให้ความสำคัญ
กับการเปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมด้านการบริหารจัดการภาครัฐด้วยการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมาแนวคิดการบริหารปกครองประสานความร่วมมือ และการเปลี่ยนแปลงบริการสาธารณะสำหรับรัฐบาลดิจิทัล
ระเบียบวิธีการวิจัย: บทความนี้เป็นบทความวิชาการ ใช้การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับแนวคิดการบริการบริหารปกครองแบบประสานความร่วมมือ และนำข้อมูลการวิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจัดบริการสาธารณะแนวใหม่ของรัฐบาลดิจิทัล
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่า (1) การบริหารปกครองแบประสานความร่วมเป็นการเปลี่ยนขอบเขตการบริการสาธารณะของภาครัฐจากผู้ใช้อำนาจปกครองไปสู่การบริการสาธารณะโดยใช้เครือข่ายความสัมพันธ์กับภาคส่วนอื่น และ (2) ปัจจัยความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลภายใต้แนวคิดการบริหารปกครองแบบประสานความร่วมมือเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่จะต้องการมีการปรับเปลี่ยนที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีกับการปฏิรูประบบบริการสาธารณะ และผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสามารถขับเคลื่อนองค์กรได้
สรุปผล: การบริหารปกครองแบบประสานความร่วมมือ เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ในการให้บริการสาธารณะระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมมือกันในการให้บริการสาธารณะให้บรรลุเป้าหมายที่ไม่สามารถแก้ได้โดยเพียงลำพังโดยภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง
เอกสารอ้างอิง
พิธุวรรณ กิติคุณ. (2559). ภาครัฐไทยกับการก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล. สำนักวิชาการ สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
วรฉัตร วริวรรณ. (2566). การบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารการจัดการและพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 3(2), 39-56.
ปิยากร หวังมหาพร. (2560). รัฐประศาสนศาสตร์ไทย : การจัดการภาครัฐแบบประชารัฐ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภารัตน์ แก้ววิสูตร และจักรกฤษณ์ นรนิติผดุงการ. (2566). การปรับเปลี่ยนจากรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล : กรณีศึกษากรมสรรพากร กรมการขนส่งทางบอก และกรมทางหลวงชนบท. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, 10(1), 257-266.
Agranoff, R., & McGuire, M, (2003). Collaborative Public Management: New Strategies for Local Governments. Washington DC: Georgetown University Press.
Ansell, S. Chris, A. & Gash, A. (2007). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory.
Chung, S., & Kim, Sung. (2019). A Comparative Study of Digital Government Policies, Focusing on E-Government Acts in Korea and the United States. Electronics,
(11), 13-62.
Denhardt, J.V & Denhardt, R.B. (2007). The New Public Services (Expanded Edition): Serving not Steering. Armonk, New York: M.E.Sharpe.
Emerson, K. & Nabatchi, T. (2012). An Integration framework for collaborative governance. Journal of Public Administration Research and Theory, 22(1), 1-29.
Institute on Governance. (2017). The Part to Digital Governance: An Agenda for Public Service Innovation and Excellence. Research support by Intuit Canada.
Ken Aitken. (2018). Governance In The Digital Age. Public Policy Forum: Ottawa on Canada.
Laura., S. (2019). UNDERSTANDING OUR POLITICAL NATURE. European Commission, Joint Research Centre, Brussels-Belgium.
Mila., H. (2020). Beyond Transparency, Participation, and Collaboration? A Reflection on the Dimensions of Open Governmental. https://www.tandfonline.com/doi/abs/10.1080/15309576.2020.1734726.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
