การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่ม เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
คำสำคัญ:
สมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ, เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่มบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในศตวรรษที่ 21 ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งทั้งโอกาสและปัญหา มนุษย์จึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อปรับตัวและดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่มเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้เป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนโดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่มเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 วิชาชีววิทยา หลังเรียนโดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่มเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่ม ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/11 จำนวน 39 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือวิจัย
1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่ม จำนวน 10 แผน เวลา 15 ชั่วโมง 2) แบบวัดสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ แบบปรนัยเชิงสถานการณ์เลือกตอบ 3 ตัวเลือกจำนวน 12 ข้อ 3) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating-Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ
ผลการวิจัย: พบว่า 1. ประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่มเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม รายวิชาชีววิทยา มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.34/ 81.79 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75
- เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนโดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่ม เรื่อง การถ่ายทอดลักษระทางพันธุกรรม รายวิชาชีววิทยา
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.82 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.75 ของคะแนนเต็ม ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 - เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนโดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่ม เรื่อง การถ่ายทอดลักษระทางพันธุกรรม รายวิชาชีววิทยา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 23.05 คะแนนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 76.83 ของคะแนนเต็ม ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดกิจกรรมเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่ม เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ในรายวิชาชีววิทยา มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.23 และมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปผล: ผลการหาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่มเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม รายวิชาชีววิทยา มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.34/ 81.79 เมื่อนํารูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ไปใช้เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่ามีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความพึงพอใจของนักเรียนหลังได้รับการจัดกิจกรรมเรียนรู้โดยใช้เทคนิคสืบสอบความรู้เป็นกลุ่ม อยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว.
กนกวรรณ รอดคุ้ม และคณะ (2563). ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะความรู้เป็นกลุ่มที่มีต่อทักษะการแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 25(2), 118-131.
จารุวรรณ ยิ่งชงค์. (2558). การพัฒนาคุณลักษณะความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้สืบสวนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม,วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ชนกพร ใจขวาง และสุทธิกัญจน์ ทิพยเกสร (2565). ความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้เป็นกลุ่ม. มมร ล้านนาวิชาการ, 11(2), 83–96.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7-20.
ณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์. (2557). ระเบียบวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: เอ็กซ์เปอร์เน็ท.
ทิศนา แขมมณี. (2537). กลุ่มสัมพันธ์เพื่อการทำงานเป็นทีมและการจัดการเรียนการสอน.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนกร อรรจนาวัฒน์. (2558). การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารวิทยาศาสตร์และการทำงานเป็นทีมโดยใช้การจดัการเรียนรู้แบบแสวงหาความรู้เป็นกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5, วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิตบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธัญญรัตน์ ลาภสมทบ และทวี สระน้ำคํา. (2562). ผลของการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวน เป็นกลุ่มเพื่อส่งเสริมการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(3-4), 39–47.
นภาพร สิงห์ทอง. (2565). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการแลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะความรู้เป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 33(2), 119-134.
ปรียาภรณ์ เฮอร์ริงตัน. (2555). การพัฒนาความรู้ความเข้าใจของนักศึกษาด้วยเทคนิคกลุ่มร่วมมือแบบสืบสวนสอบสวนจีไอ รายวิชา TM72222 มรดกไทยเพื่อการท่องเที่ยว. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2554). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ : แนวคิด วิธี และเทคนิคการสอน. (พิมพ์ครั้งที่2). กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.).
โรงเรียนสารคามพิทยาคม. (2566). รายงานการประเมินตนเอองของสถานศึกษา. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2567, จาก https://www.spk.ac.th/home/
วจี โสภาเพียร (2559). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการสืบสอบและแสวงหาความรู้เป็นกลุ่ม, วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. กรงุเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วีณา ประชากูล และประสาท เนื่องเฉลิม. (2559). นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: ช้างทอง.
ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ และวรางคณา ทองนพคุณ. (2557). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ความท้าทายในอนาคต 21st century skills, the challenges ahead. ภูเก็ต: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). การแก้ปัญหาแบบร่วมมือ (Collaborative Problem Solving). กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.).
สุวิทย์ มูลคำ. (2553). การเขียนแผนการจัดการความรู้ที่เน้นการคิด (พิมพ์ครั้งที่ 2 ). กรุงเทพฯ: สำนักงานทดสอบทางการศึกษา.
Näykki, P., Järvelä, S., Kirschner, P.A. & Järvenoja, H. (2014). Socio-emotional conflict in collaborative learning - A process-oriented case study in a higher education context.
International Journal of Educational Research, 68(1), 1-14.
OECD. (2017). PISA 2015 Collaborative Problem-Solving Famework. Paris: OECD Publishing.
Sharan, Y., & Sharan, S. (1989 -1990). Group investigation expands cooperative learning.
Educational Leadershi.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
