ความสามารถผู้นำชุมชนในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำชี จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • อนุชา ลาวงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ชัยธวัช ศิริบวรพิทักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

ผู้นำชุมชน, การรับมือน้ำท่วม, ลุ่มน้ำชี, มหาสารคาม

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ ที่เกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ำชี จังหวัดมหาสารคาม โดยความสามารถผู้นำชุมชนในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม ในครั้งนี้ การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาการรับมือกับภัยพิบัติ เมื่อปี 2564 ในชุมชนบริเวณลุ่มแม่น้ำชี (2) ศึกษาระดับการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม และ (3) หาแนวทางความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำชี จังหวัดมหาสารคาม

ระเบียบวิธีการวิจัย: (1) เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 30 คน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ นำเสนอข้อมูลโดยการสังเคราะห์ ตีความ และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา (2) เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้เครื่องมือแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ซึ่งได้มาด้วยการสุ่ม โดยไม่ใช้หลักความน่าจะเป็น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นคำถามปลายปิด และปลายเปิด ค่าดัชนีความสอดคล้อง มีค่าเท่ากับ 0.67-1.00 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามมีค่าเท่ากับ 0.941 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณณา การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย: ปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาในการรับมือภัยพิบัติ พบว่า ชุมชนมีปัญหาในการรับมือ คือ (1) ปัญหา ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากร (2) ปัญหาด้านการแจ้งเตือนภัยและการอพยพ (3) ปัญหาด้านการบริหาร จัดการและการประสานงาน และ (4) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม คุณภาพในการใช้ชีวิต (2) ระดับการเตรีม ความพร้อมในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.85) โดยจุดแข็งของชุมชน คือ มีอุปกรณ์รับมือภัยพิบัติเพียงพอและการจัดทำแผนการช่วยเหลือ เมื่อพิจารณารายด้าน ด้านอุปกรณ์ รับมือภัยพิบัติในชุมชน ( = 3.89) ด้านการทำแผนและกระบวนการช่วยเหลือของชุมชน ( = 3.87) ด้านประชากร ในชุมชนหนาแน่น ( = 3.86) มีค่าสูงที่สุดตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบได้แก่ ระบบแจ้งเตือนภัยที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อจำกัด และ (3) หาแนวทางความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมของชุมชน ได้เสนอแนวทางพัฒนา ได้แก่ การปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยโดยใช้เทคโนโลยีมาใช้ การฝึกอบรมผู้นำชุมชนให้มีทักษะขั้นสูงในการรับมือภัยพิบัติ และการส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว

สรุปผล: การบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำชีจังหวัดมหาสารคาม ผู้นำได้พบสภาพของปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาในการรับมือภัยพิบัติ พบว่า ชุมชนมีปัญหาในการรับมือ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากร ปัญหาด้านการแจ้งเตือนภัยและการอพยพ ปัญหาด้านการบริหารจัดการและการประสานงาน และผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม คุณภาพในการใช้ชีวิต ส่วนระดับการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม พบว่า อยู่ในระดับมาก และแนวทางความร่วมมือกับผู้นำชุมชนในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม พบว่า การปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยโดยใช้เทคโนโลยีมาใช้ การฝึกอบรมผู้นำชุมชนให้มีทักษะขั้นสูงในการรับมือภัยพิบัติ และการส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว

 

เอกสารอ้างอิง

กวี วงศ์พุฒ. (2555). ภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ: บี.เค.อินเตอร์ปรินท์.

กฤชวรรธน์ โล่ห์วัชรินทร์. (2565). รัฐประศาสนศาสตร์ แนวคิดเพื่อการจัดการปกครองสาธารณะในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 2). ขอนแก่น: วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น.

กัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์. (2565). ชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติ: กรณีศึกษาอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก. วารสารพิกุล, 20(1), 47-65.

กานต์รวี วิชัยปะ. (2566). “คน” ท้องถิ่น ในงาน “ปภ.”: การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ. (2565). แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564-2570. https://dmcrth.dmcr.go.th/attachment/dw/download.php?WP=nKq4MUNjoGy3ZHkCoMOahKGtnJg4WaN4oGA3A0j1oH9axUF5nrO4MNo7o3Qo7o3Q.

โชติ กาใจทิพย์ และกฤษดา เชียรวัฒนสุข. (2560). ศักยภาพของผู้นำองค์กรธุรกิจ ในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ. วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา, 7(1), 1-14.

ณฐภัทร อินทรปรีดา, ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา และผ่องพรรณ เกิดพิทักษ์. (2565). ภาวะผู้นำการปรับเปลี่ยน เพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการงานในโลกแห่งความผันผวน. วารสารราชพฤกษ์์, 20(2), 16-28.

ทศพล อัครพงษ์ ไพบูลย์, เพ็ญศรี ฉิรินัง, อรุณ รักธรรม และสมพรเฟื่อง จันทร์. (2563). การบูรณาการการจัดการ ภัยพิบัติในยุค 4.0. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 8(3), 14-23.

ธัญญารัตน์ ทองเชื้อ. (2560). การจัดการปัญหาอุทกภัยและการมีส่วนร่วมของชุมชน กรณีศึกษาอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ปุณยวีร์ หนูประกอบ. (2565). แนวทางการเสริมพลังการมีส่วนร่วมในการจัดการภัยพิบัติอุทกภัยในพื้นที่อำเภอ พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 6(3), 33-46.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2565). รายงานสถานการณ์สุขภาพของคนไทย ประจำปี 2565. สสส. https://www.thaihealth.or.th/

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ. (2566). รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษานวัตกรรมสำหรับการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ.

สุวรรณี อัศวกุลชัย, อรพรรณ คงมาลัย และอัญณิฐา ดิษฐานนท์. (2565). การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล

สมรรถนะสูงด้านการเตือนภัยพิบัติ. Defence Technology Academic Journal, 4(9), 80-93.

Carter, W. N. (2008). Disaster Management: A Disaster Manager’s Handbook Asian. Manila, Philippines : Asian Development Bank.

Cochran, W. G. (1953). Sampling Techniques. New York: John Wiley and Sons.

Cousins, I. T. & Other. (2020). Strategies for grouping per-and polyfluoroalkyl substances (PFAS) to protect human and environmental health. Environmental Science: Processes and Impacts, 22(9), 1444–1460. https://doi.org/10.1039/D0EM00147C.

Richardson, K. (2017). Understanding the changing world: A new perspective. Oxford University Press.

Glaeser, E. L. & Tan, Y. (2020). Urbanization and its discontents. Journal of Urban Economics, 103(4), 1-20.

Lawrence, K. (2013). Developing leaders in a VUCA environment. UNC Executive Development. https://emergingrnleader.com.

Mavrouli, O., Smith, J. P. & Brown, K. L. (2022). Landslide risk assessment in urban areas:

A new methodological approach. Geohazards Research Journal, 35(4), 123 –145.

Northouse, P. (2016). Leadership Theory and Practice. Los Angeles: Sage Publications Inc.

Parween, S. & Deepak, S. (2019). Positioning the future of human capital management in the VUCA world. Journal of Human Resource and Sustainability Studies, 7(2), 123-135.

Prakongsri, P. & Santiboon, T. (2020). Effective water resources management for communities in the Chi River Basin in Thailand. Environmental Claims Journal, 32(4), 232–348.

Ubalee C. (2008). Public Participation in Disaster Administration: A Case Study of Din Daeng Community Housing Building. Bangkok. Master’s thesis (Public Administration Branch). Faculty of Political Science: Thammasat University.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-28

รูปแบบการอ้างอิง

ลาวงค์ อ. ., & ศิริบวรพิทักษ์ ช. . (2025). ความสามารถผู้นำชุมชนในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำชี จังหวัดมหาสารคาม. Journal for Developing the Social and Community, 12(1), 535–556. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/287348

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย