รายงานการวิเคราะห์สภาพการศึกษาของนักศึกษาคงอยู่ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2562-2566
คำสำคัญ:
การวิเคราะห์สภาพการศึกษา, นักศึกษาคงอยู่บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยเรื่อง รายงานการวิเคราะห์สภาพการศึกษาของนักศึกษาคงอยู่
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2562-2566 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ 2) เพื่อวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปัจจัยที่มีผลต่อนักศึกษาในเรื่องการเรียนและการคงอยู่ในระบบการศึกษาและ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนานโยบายและมาตรการสนับสนุนการคงอยู่ของนักศึกษาในคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยคำถามปลายเปิดและคำถามปลายปิด กลุ่มประชากรคือ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ที่มีสถานะเป็นนักศึกษาคงอยู่ในระบบการศึกษา กลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คนถูกคัดเลือกโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย แบบสอบถามการวิจัย แบ่งออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ในระบบการศึกษา (ปัจจัยด้านการเรียนการสอน การสนับสนุนจากอาจารย์ การมีส่วนร่วมในกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัว และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้) และข้อคิดเห็นเพิ่มเติม หลังจากออกแบบและปรับปรุงแบบสอบถามโดยผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ถูกนำมาใช้ในการคัดเลือกข้อคำถามที่มีความสอดคล้องสูงกว่าค่า 0.50 การเก็บรวบรวมข้อมูลทำโดยการแจกแบบสอบถามให้นักศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง และนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์เพื่อสรุปผลการวิจัย
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาในคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในช่วงปีการศึกษา 2562-2566 การศึกษาได้ทำการวิเคราะห์ตัวแปรปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อนักศึกษา รวมถึงการเรียนการสอน การสนับสนุนจากอาจารย์ การมีส่วนร่วมในกิจกรรม การสนับสนุนจากครอบครัว และสภาพแวดล้อมในการเรียน ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการคงอยู่ของนักศึกษาคือคุณภาพของการจัดการเรียนการสอน ความพร้อมของอาจารย์ในการให้คำปรึกษา และการสนับสนุนจากครอบครัว ซึ่งทั้งหมดนี้มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสำเร็จของนักศึกษาในการศึกษาและการคงอยู่ในระบบ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรปัจจัยต่าง ๆ ยังพบว่าการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคมมีความสัมพันธ์สูงสุดกับการคงอยู่ของนักศึกษา โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สูงถึง .731
สรุปผล: การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนานโยบายที่เน้นการสนับสนุนทางด้านวิชาการ การมีส่วนร่วมในกิจกรรม และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในมหาวิทยาลัย จะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการคงอยู่และประสบความสำเร็จในการศึกษาของนักศึกษาในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
กาญจนารัตน์, พิชญา, & มหาพฤฒารักษ์, สุธาสินี. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อการคงอยู่ในระบบการศึกษา
ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทย. วารสารการศึกษาผ่านระบบออนไลน์, 15(2), 123–135.
นพรัตน์, มณีรัตน์. (2566). การศึกษาการคงอยู่ของนักศึกษาภายในคณะรัฐศาสตร์: ผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและการสนับสนุนจากคณะ. วารสารการศึกษาด้านการจัดการศึกษา, 19(1), 34–48.
บุณยพร, สุกัญญา, & ลักษณาภา, ชนากานต์. (2563). การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัย: การศึกษาเชิงสำรวจ. วารสารการศึกษากับการพัฒนา, 22(1), 45–60.
มงคลศิลป์, มนตรี. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย. วารสารการศึกษารัฐศาสตร์, 15(2), 45–60.
สมหมาย, สมศักดิ์. (2564). การสนับสนุนจากครอบครัวและการคงอยู่ของนักศึกษาในระบบการศึกษา. วารสารวิจัยการศึกษา, 12(3), 23–38.
สุดารัตน์, พิมพ์นารา. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาในคณะรัฐศาสตร์. วารสารการศึกษามหาวิทยาลัยไทย, 18(2), 67–80.
Tinto, V. (1993). Leaving college: Rethinking the causes and cures of student attrition.
University of Chicago Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
