การศึกษาสมรรถภาพทางกายและพฤติกรรมการออกกำลังกาย ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
คำสำคัญ:
สมรรถภาพทางกาย, พฤติกรรมการออกกำลังกาย, ปัจจัยส่วนบุคคลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายและพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาระดับปริญญาตรี 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา การสร้างเสริมสุขภาพเพื่อชีวิต ภาคปลาย ปีการศึกษา 2567 จำนวน 37 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย 5 รายการ ประกอบด้วย ดัชนีมวลกาย การนั่งงอตัวไปข้างหน้า แรงบีบมือ ยืน-นั่งบนเก้าอี้ 60 วินาที และยืนกระโดดไกล โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1 2) แบบสอบถามพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.83 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความสัมพันธ์ด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์โดยวิธีของเพียร์สัน
ผลการวิจัย: 1) สมรรถภาพทางกายของนักศึกษา ด้านดัชนีมวลกายของนักศึกษาชาย อยู่ในเกณฑ์สมส่วน และนักศึกษาหญิง อยู่ในเกณฑ์สมส่วน ด้านความอ่อนตัวของนักศึกษาชาย อยู่ในเกณฑ์ต่ำ และนักศึกษาหญิง อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนของนักศึกษาชาย อยู่ในเกณฑ์ต่ำ และนักศึกษาหญิง อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ด้านความอดทนของกล้ามเนื้อของนักศึกษาชาย อยู่ในเกณฑ์ดีมาก และนักศึกษาหญิง อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ด้านความแข็งแรงและพลังกล้ามเนื้อขาของนักศึกษาชาย อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก และนักศึกษาหญิง อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก และนักศึกษามีพฤติกรรมการออกกำลังกายอยู่ในระดับปานกลาง จำนวน 23 คน 2) เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ พบว่า ดัชนีมวลกายมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษา (p =0.046) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผล: ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า นักศึกษาเพศชายและเพศหญิงมีสมรรถภาพทางกายต่ำกว่าเกณฑ์มาตราฐาน มีพฤติกรรมการออกกำลังกายอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ พบว่า ดัชนีมวลกายมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษา ดังนั้น นักศึกษาควรมีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้มีสมรรถภาพทางกายอยู่ในเกณฑ์มาตราฐาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมนักศึกษาให้มีกิจกรรมการออกกำลังกาย อีกทั้งส่งเสริมและสนับสนุนด้านสถานที่และอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายให้แก่นักศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กรฎา มาตยากร และวิษณุ โรจน์สุวรรณ. (2567). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 35(3), 129–141.
กฤติยา วงค์คีรี. (2564). พฤติกรรมการออกกําลังกายของประชาชนในอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตเชียงใหม่.
กุลธิดา เหมาเพชร, คมกริช เชาว์พานิช พรเพ็ญ ลาโพธิ์ และวาสิฏฐี เทียมเท่าเกิด. (2555). พฤติกรรมการออกกำลังกายของบุคลากรในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เจริญ กระบวนรัตน์. (2560). การออกกำลังกายเพื่อคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุ. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 43(1), 5-15.
ฉลอง อภิวงค์. (2554). พฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. [วิทยานิพนธ์ปริญญาโท]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เติมเพชร สุขคณาภิบาล. (2557). รายงานการวิจัยเกณฑ์ปกติของสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
ทยาวีร์ ช่างบรรจง. (2560). โปรแกรมการออกกำลังกายแบบวงจร เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา. Academic Journal Phranakhon Rajabhat University, 7(2), 157–164.
ทยาวีร์ ช่างบรรจง. (2560). โปรแกรมการออกกำลังกายแบบวงจรเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 7(2), 157–164.
ธีรวิทย์ อินต๊ะปัญญา และคณะ. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคอาหาร และดัชนีมวลกาย ของวัยผู้ใหญ่ในจังหวัดสุโขทัย. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(2), 709–716.
นฤมล กิ่งแก้ว. (2567). การทดสอบสมรรถภาพทางกายและปัจจัยสัมพันธ์ต่อดัชนีมวลกายของ นักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาสาธารณสุขชุมชนของวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขล้านนา, 20(1), 63-75.
ปิยะพงศ์ กู้พงศ์พันธ์ และณัฐพงษ์ จรทะผา. (2567). สมรรถภาพทางกายของนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา ชั้นปีที่ 1คณะครุุศาสตร์์มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีี. สหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร,7(3), 167-178.
พิชญา สุรพลชัย และศิริเชษฐ์ สังขะมาน. (2566). สำรวจพฤติกรรมสุขภาพของนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย. สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภานุพันธ์ ลาภรัตนทอง, พงษ์เอก สุกใส, ปัญญา สังขวดี และทวีศักดิ์ สว่างเมฆ. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการกิจกรรมทางกายของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 24(3), 244-253.
ยุทธนา ชนาพันธ์และคณะ. (2567). สถานการณ์สุขภาพและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับดัชนีมวลกายของประชากรวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ในเขตพื้นที่สาธารณสุข 8. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและวิจัยด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ 8 อุดรธานี , 1(4), 73–86.
วราภรณ์ คำรส และคณะ. (2556). พฤติกรรมและการเข้าถึงการออกกําลังกาย ของประชาชนในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร. ศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนมหาวิทยาลัยสยามและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
วิริยะ บุญชัย. (2529). การทดสอบและวัดผลทางพลศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2562). คู่มือแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของเด็ก เยาวชน และประชาชนไทย. บริษัท เวิลด์ เอ็กซ์เพิร์ท จำกัด.
สุพิตร สมาหิโต. (2549). การสร้างแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพสำหรับเด็กไทย อายุ 7-18 ปี. นนทบุรี: พี.เอส.ปริ้นท์.
อนุสรณ์ ส่องแสง, วราภรณ์ จันทร์พราว, ดิศพล บุปผาชาติ และเด่นดวงดี ศรีสุระ. (2565). พฤติกรรมการออกกำลังกายของประชาชนในเขตสุขภาพที่10. Regional Health Promotion Center 10 Journal, 10(1), 62-83.
Shen, X. et al. (2017). Physical activity and health in young adults. Preventive Medicine, 101, 78-84.
World Health Organization. (2010). Global Recommendations on Physical Activity for Health, Blossoming. Retrieved from
https://www.who.int/dietphysicalactivity/global-PA-recs2010.pdf
Tomporowski, P. D. (2003). Effects of acute exercise on cognition. Psychological Bulletin, 129(3), 377-394.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
