การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก เรื่อง ไฟฟ้า ที่ส่งเสริมความสามารถ ทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความสามารถทางวิทยาศาสตร์, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก เรื่อง ไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกกับเกณฑ์ ร้อยละ 80 3) เพื่อศึกษาความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเขาพระนอนวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ จำนวน 28 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกจำนวน 6 แผน ทั้งหมด 12 ชั่วโมง มีค่าความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ มีค่าความยากง่ายอยู่ในระหว่าง 0.50 - 0.75 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20 – 0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.83 3) แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.60-1.00 และ แบบสอบถามความพึงพอใจมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.60-1.00 สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วย One Samples t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก เรื่อง ไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 88.24/83.95 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.79 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนโดยรวม มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 48.29 คิดเป็นร้อยละ 89.42 และ 4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
Chukampang, C.(2010). Curriculum Research and Teaching (2nded). Mahasarakham: Mahasarakham University.
Ekphim, S (2017). Learning Management Environment and Classroom Management in The 21st Century. Mahasarakham: Taksila Printing.
Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology. (2021). Basic Science and Technology Textbook, Mathayomsuksa 3, Volume 2 : Ministry of Education.
Jaithiang, A. (2010). Teaching Principles (5thed). Bangkok: Odeon Store.
Ministry of Education. (2017). Core Curriculum Basic Education B.E.2551 (Revised Edition B.E. 2560). Bangkok: Agricultural Cooperative Printing House of Thailand.
Namnai, P. (2019). Development of learning achievement on Law and Life and development of critical problem-solving ability in Mathayomsuksa 3 students using active learning activities. thesis: Mahasarakham Rajabhat University.
Phattiyathani, S. (2015). Educational measurement. Kalasin: Prasan Printing.
Srisat, B. (2010). Preliminary research (8th edition). Bangkok: Suwiriyasan.
Suwarak. S. (2020) Development of learning activities Learn Biology: Cellular Respiration Using Active Learning Activities for Students in Secondary 4. Mahasarakham thesis : Mahasarakham Rajabhat University.
Worakham, P. (2019). Educational research. Mahasarakham: Taksila Printing.
Worasarn, J. (2021). Development of Active Learning Activities to Promote Analytical Thinking Ability for Primary 5 Students at Ban Leua Naat School thesis: Mahasarakham Rajabhat University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Journal for Developing the Social and Community

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
