รูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแสนสุข อำเภอเมืองอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • นางจริยา ขันตีสาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแสนสุข

คำสำคัญ:

การพัฒนาศักยภาพ, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, โรคหลอดเลือดสมอง, กลุ่มเสี่ยง

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแสนสุข อำเภอเมืองอุบลราชธานี ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนมิถุนายน 2566 ถึง เดือนกรกฎาคม 2567 กลุ่มตัวอย่างในการพัฒนารูปแบบฯ เป็นบุคลากรสาธารณสุข อปท.,พนักงานกู้ชีพ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 12 คน เลือกแบบเจาะจง กลุ่มตัวอย่างในการประเมินผลรูปแบบฯ เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 50 คน คำนวณขนาดตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*Power ใช้การสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา Paired Samples T Test และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแสนสุข ประกอบด้วย 7 กิจกรรม คือ 1) การประเมินความต้องการจำเป็น 2) พัฒนาหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพ อสม. 3) อบรมพัฒนาศักยภาพ อสม.ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง Stroke 4) การพัฒนาสื่อสุขศึกษาการ์ดแผ่นสื่อสารเตือนภัย 5) สาธิต/ฝึกปฏิบัติ 6) พัฒนาระบบ/ช่องทางการสื่อสาร 7) ติดตามประเมินผล เมื่อนำรูปแบบฯไปใช้ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง อสม.มีความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง และทักษะการดูแลกลุ่มเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนการพัฒนารูปแบบฯ สามารถนำไปใช้กับกลุ่ม อสม. และขยายผลไปสู่กลุ่มประชาชนทั่วไปได้

เอกสารอ้างอิง

Bandura, A. (1997). Self-Efficacy The Exercise of Control. W.H. Freeman and Company, New York.

Bunsri, A and Thongbupha, S. (2020). Stroke care system for patients with cerebrovascular disease. Digital service. Thammasat University Hospital Journal, 5(3), 36-44.

Chiangpiw, N.et al. (2018). Participatory learning program. Stroke Perceived self-efficacy; village health volunteers. Nursing Journal, 45(1), 87-99.

Division of Noncommunicable Diseases. (2023). Stroke situation. [Online] from http://www.thaincd.com [23 June 2022]

Jarupisitpaiboon,C.et al. (2019). Guidelines for developing the potential of village health volunteers in preventing stroke in high-risk groups. Ministry of Public Health Nursing Journal, 30(3), 74-89.

Kemmis, S & McTaggart, R. (1988). The Action Research Planer (3rded.). Victoria : Deakin University.

Kuder, Frederic G. & M.W. Richardson. (1937, September). The Theory of the Estimation of Test Reliability. Psychometrika, 2, 151-160.

Marked a day of global.World Stroke Organization. (2017). The state of stroke services across the globe: Report of World Stroke Organization–World Health Organization surveys. International Journal of Stroke, 16(8), 145-156.

Rosenstock, I. M. (1974). The health belief model and preventive health behavior. Health Education Monographs, 2, 354-386.

Rothman, A. J., & Kiviniemi, M.T. (1999). Treating people with information: an analysis and review of approaches to communicating health risk information. Journal of the National Cancer Institute Monograph, 25, 44-51.

Sonsit, P. (2024). Development of a model for prevention of stroke in high-risk groups. Mueang Maha Sarakham District Maha Sarakham Province. Environmental Health Journal. and Community Health, 9(2), 137-149.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-07-24

รูปแบบการอ้างอิง

ขันตีสาย น. (2024). รูปแบบการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงแสนสุข อำเภอเมืองอุบลราชธานี. Journal for Developing the Social and Community, 11(2), 85–100. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/278991

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย