การพัฒนาตำรับอาหารกลางวันจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
อาหารกลางวัน, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, เด็กปฐมวัยบทคัดย่อ
บทคัดย่อวัตถุประสงค์ : 1. เพื่อศึกษาภาวะโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กปฐมวัยในโรงเรียนขนาดเล็ก 2. เพื่อพัฒนาตำรับอาหารกลางวันจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก 3. เพื่อเสนอแนวทางส่งเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
รูปแบบและวิธีวิจัย : แบบผสมผสานวิจัยเชิงปริมาณและวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัย 109 คน และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย 20 คน เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารย้อนหลัง 24 ชั่วโมงแบบสำรวจรายการอาหารกลางวัน แบบประเมินการยอมรับตำรับอาหาร แบบบันทึกข้อมูลจากโปรแกรม ThaiNutriSurvey 2.00 และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสำรวจ การสัมภาษณ์ การประชุมกลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีพรรณนา
ผลการศึกษา : 1. ภาวะโภชนาการ น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ 5 คน (ร้อยละ 4.59) ภาวะเตี้ย 6 คน (ร้อยละ 5.50)ภาวะอ้วน 10 คน (ร้อยละ 9.17)และเริ่มอ้วน 7 คน (ร้อยละ 6.42)และพฤติกรรมการบริโภคพบว่าเด็กทุกคนกินอาหารเช้าที่มีกลุ่มอาหารอย่างน้อย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าว แป้งและเนื้อสัตว์หรือกลุ่มข้าว แป้งและนม ทุกวัน และกินอาหารหลัก วันละ 3 มื้อทุกวัน โดยกินอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง วันละ 3 ทัพพี ทุกวัน กินไข่สัปดาห์ละ 3-7 วันๆละ 1 ฟอง และเติมเครื่องปรุงรสเค็ม เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว แม็กกี้ในอาหารที่ปรุงสุกแล้วทุกครั้ง 2. การประเมินพลังงานและสารอาหาร พบว่าตำรับอาหารส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์คุณภาพและการพัฒนาตำรับอาหารกลางวันจากภูมิปัญญาท้องถิ่น พบว่าตำรับอาหารที่ต้องปรับปรุงเพิ่มพลังงานและไขมันจะใช้น้ำมันเจียวหรือหมูบดเพิ่มขึ้น และลดการใช้ลูกชิ้นปลา 3. แนวทางส่งเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยพบว่าควรมีหน่วยงานระดับพื้นที่ทำงานร่วมกันกับผู้ปกครองแบบบูรณาการทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนอย่างเป็นระบบตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การจัดระบบส่งต่อข้อมูล การให้ความรู้และจัดกิจกรรมเสริมพัฒนาการ การจัดชั่วโมงเรียนและเล่น การจัดหาอาหารกลางวันที่เหมาะสมและเพียงพอ
สรุปผลการศึกษา : การส่งเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย นอกจากการจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพทางโภชนาการแล้ว ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดกิจกรรมการดูแลเด็กทั้งที่บ้านและโรงเรียน
เอกสารอ้างอิง
Department of Health, Ministry of Public Health. (2017). Guidelines for driving the miracle of the first 1,000 days of life. 1st printing. Bangkok : Agricultural Cooperative Association of Thailand Printing Company Limited.
Duangkhae, K. (2020). Development of guidelines for caring for the growth of early childhood children in child development centers under Local government organization, Phrao District, Chiang Mai Province. Chiang Mai: Chiang Mai University.
Foundation for International Health Policy Development. (2014). Complete report. Project to survey food and nutrition management in child development centers. M.P.T.
Jitchaeng, U. (2018). Lunch standards and their application. Bangkok : Mahidol University.
Thitilertdecha, B. (2017). Development of healthy food for early childhood children. Child care center case study Health Center 5, Ratchaburi. Ratchaburi : M.P.T.
Ungaporn, N. (2013). Prevalence and factors related to nutritional status of preschool children.In the area of subdistricts surrounding Suranaree University of Technology. Thai Journal of Pediatrics.52(1): 70-82.
Wiriyacharee, P. (2018). Sensory Evaluation. (2nded). Chiang Mai : Mahavatiyalaya Chiang Mai.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 ชมนาถ แปลงมาลย์, นุชนาถ มีนาสันติรักษ์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
