แนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 3

ผู้แต่ง

  • กรรณิการ์ การวงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ปองภพ ภูจอมจิตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

แนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล, ผู้บริหารสถานศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษา สภาพที่ปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 และ 2) ศึกษา แนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 วิจัยนี้แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 341 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.80 – 1.00 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.25 - 0.89 และมีค่าความเชื่อมั่น 0.90 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ สถานศึกษาที่มีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ จำนวน 3 แห่ง และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน เพื่อประเมินแนวทาง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา และแบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย พบว่า

  1. 1. สภาพปัจจุบันโดยรวมมีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนความต้องการจำเป็นเรียงจามลำดับดังนี้ 1) ด้านความรับผิดชอบ 2) ด้านความคุ้มค่า 3) ด้านนิติธรรม 4) ด้านความโปร่งใส 5) ด้านการมีส่วนร่วม และ 6) ด้านคุณธรรม ตามลำดับ
  2. แนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 3 ประกอบด้วย หลักธรรมาภิบาล 6 หลัก ประกอบด้วยรายละเอียด คือ 1) หลักการและเหตุผล 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) กระบวนการพัฒนา และ 5) การวัดและประเมินผล และมีผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  

เอกสารอ้างอิง

Chaicharoenwattana, B. and Lee, B. (2009). Indicators of Good Governance. Bangkok : King Prajadhipok's Institute.

Chulalongkorn University. (2010). Good city management according to the principles of good governance. Bangkok : Chulalongkorn University.

Khamsamdaeng, S. (2013). Administration according to the principles of good governance of educational institution administrators according to the administrators' perception. and teachers in schools under the Secondary Educational Service Area Office, Area 24. Maha Sarakham : Maha Sarakham University.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities.Educational and Psychological Measurement, 30(3), p. 607-610.

Ministry of Education. (2017). Manual for implementing change leadership development. Bangkok: Ministry of Education.

Runcharoen, T. (2010). Professionalism in organizing and administering education in the era of educational reform. Bangkok : Khao Fang.

Saichuea, W. (2018). Strategies for using good governance principles in the academic work of schools in the northeastern region. Sakon Nakhon : Sakon Nakhon Rajabhat University.

Sirinimitkul, K. (2010). Development of product quality control manual for Genesis Associate Company Limited. Sukhothai : Sukhothai Thammathirat Open University.

Wangyaichim, Y. (1997). Development of a nature study guide for hiking routes in Khao Yai National Park. Bangkok: Mahidol University.

Wattanachai, K. (2013). Good governance of the Basic Education Commission. Bangkok : Pim Dee.

Wongwanich, S. (2015). Needs assessment research. Bangkok : Chulalongkorn University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

การวงค์ ก. ., & ภูจอมจิตร ป. . (2023). แนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์เขต 3. Journal for Developing the Social and Community, 10(3), 227–242. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/266619

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย