รายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี
คำสำคัญ:
พัฒนาคุณภาพ, ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน, โรงเรียนวัดกุยบุรีบทคัดย่อ
รายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี และ2) ศึกษาผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี ประชากรในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยครูผู้สอน จำนวน 13 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 132 คน และนักเรียนจำนวน 132 คน ปีการศึกษา 2564 เครื่องมือเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า จำนวน 4 ฉบับ คือ 1) แบบสอบถามสภาพ การดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) แบบสอบถามคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับครูผู้สอน 3) แบบสอบถามคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับผู้ปกครองนักเรียน 4) แบบสอบถามคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับนักเรียน และแบบสัมภาษณ์ จำนวน 1 ฉบับ สำหรับครูผู้สอนและผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ (f) ค่าเฉลี่ย () ร้อยละ (%) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า
- สภาพการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด
2. ผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหามีจำนวนลดน้อยลง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการและมีทักษะชีวิตตามสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 สมรรถนะ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
รายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี และ2) ศึกษาผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี ประชากรในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยครูผู้สอน จำนวน 13 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 132 คน และนักเรียนจำนวน 132 คน ปีการศึกษา 2564 เครื่องมือเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า จำนวน 4 ฉบับ คือ 1) แบบสอบถามสภาพ การดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) แบบสอบถามคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับครูผู้สอน 3) แบบสอบถามคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับผู้ปกครองนักเรียน 4) แบบสอบถามคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สำหรับนักเรียน และแบบสัมภาษณ์ จำนวน 1 ฉบับ สำหรับครูผู้สอนและผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ (f) ค่าเฉลี่ย () ร้อยละ (%) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า
- สภาพการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด
2. ผลการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดกุยบุรี ส่งผลให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหามีจำนวนลดน้อยลง นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการและมีทักษะชีวิตตามสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 สมรรถนะ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
Department of Mental Health, Ministry of Public Health. (2011). Teacher's manual for student care and support systems. Bangkok : Uranus Image Group.
Wongsawan, T. (2010). Development of a student care and support system in secondary schools by using participatory action research. Doctor of Education Thesis Department of Educational Administration, Faculty of Education, Chulalongkorn University.
Phumkhokrak, P. (2009). Development of operations according to the student care and assistance system at Ban Sapplu School. Dan Khun Thot District Nakhon Ratchasima Province. Independent Study Master of Education Graduate School Mahasarakham University.
Phaengchantuek, M. (2011). A study of problems in the operation of the student care and assistance system of schools under the jurisdiction of the Nakhon Ratchasima Primary Educational Service Area Office, Area 5. Master of Education Thesis. Field of Study: Educational Administration Graduate School, Chaiyaphum Rajabhat University.
Nithirak, R. (2012). Development of a student care and assistance system manual for Ban Thong Kung School under the Samut Prakan Primary Educational Service Area Office 2. Master of Education Thesis. Educational Administration field Graduate School Srinakharinwirot University.
Petchchan, L. (2016). Problems and guidelines for developing a student care and support system for teachers at Ban Pluak Daeng School under the Rayong Primary Educational Service Area Office, Area 1. Master of Education Thesis in Educational Administration. Graduate School Burapha University.
Nonthawan, A. (2008). Development of the operation of the student care and assistance system at Phuhang Pattanawit Secondary School. Nong Kung Si District Kalasin Province. Master of Education Thesis Field of Study: Educational Administration Graduate School Nakhon Sawan Rajabhat University.
Gunderson, Jane. (2001). Family Group Conference : An Innovative Approach to Truancy in Schools : A Study. Dissertations Abstracts International,62(06),1995-A.
Krejcie, Robert.V. and Daryle M. Morgan. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement 30.
Laverne McCoy-Byers. (2000). Coalition Between Schools and Community Agencies for the Control of Truancy : Identification of Critical Factors Contributing to Coalition Effectiveness. Dissertation Abstract International.
Teed, C. M. (2002). Meeting Students Social and Emotional Need: Elementary Teachers'Perceptions of Counseling in the Classroom. Dissertation Abstracts International.63(5), 1715-A.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 เฉลิมขวัญ ถือความสัตย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
