การพัฒนารูปแบบการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษสำหรับงานช่างอุตสาหกรรม โดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นภาระงาน (Task-Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการสอนแบบสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่ม (Group Investigation) เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษ ฯ

ผู้แต่ง

  • จุฑารัตน์ เนวะมาตย์

คำสำคัญ:

รูปแบบการสอน, ภาษาอังกฤษสำหรับงานช่างอุตสาหกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นภาระงาน, เทคนิคการสอนแบบสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่ม

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการสอน 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษสำหรับงานช่างอุตสาหกรรมโดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นภาระงาน (Task-Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการสอนแบบสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่ม (Group Investigation) เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร3) เพื่อประเมินผลการนำรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นไปใช้ โดยศึกษาผลทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ
โดยทุกทักษะให้มีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป และศึกษาความ
พึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชรที่มีต่อรูปแบบการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษสำหรับงานช่าง อุตสาหกรรมโดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นภาระงาน (Task-Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการสอนแบบสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่ม (Group Investigation) การวิจัยนี้เป็นรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) ประกอบด้วย  ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็น กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้บริหารวิทยาลัย 4 คน ครู 12 คน ตัวแทนสถานประกอบการ 4 คน และนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย 10 คน  ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการสอน กลุ่มเป้าหมาย คือผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ระยะที่ 3 การนำรูปแบบการสอนไปใช้ กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง จำนวน 31 คน ระยะที่ 4 การประเมินผลการใช้รูปแบบการสอน กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง จำนวน 31 คน และตัวแทนสถานประกอบการจำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย 1. แบบสอบถาม สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการสอน 2. แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการสอน
3. แบบทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และ 4. แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ PNImodified

              ผลการวิจัยพบว่า

  1.    ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการสอน พบว่า สภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่าองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน ส่วนองค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ขั้นตอนการสอน สภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับ
    มากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่าทุกองค์ประกอบอยู่ในระดับมากที่สุดเช่นเดียวกัน  โดยพบว่าลำดับความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการสอน เป็นดังนี้  1) ขั้นตอนการสอน 2) สื่อการจัดการเรียนรู้ 3) การวัดและประเมินผล 4) จุดประสงค์รายวิชา 5) แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน 6) ความมุ่งหมาย 7) คำอธิบายรายวิชา และ 8) สมรรถนะรายวิชา  
  2. ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการสอน พบว่า ในภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
    (= 4.37 S.D. = 0.23) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า รายการประเมินส่วนใหญ่ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากเช่นกัน

                        3. ผลการประเมินการนำรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นไปใช้เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ โดยรวมพบว่า นักเรียนมีคะแนนแบบทดสอบทั้ง 4 ทักษะมีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 80 และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์มากว่าร้อยละ 80 ขึ้นไปซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดและผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น พบว่า
ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.42, S. D. = 0.35)

เอกสารอ้างอิง

Chaiyaraj, S. (2016). The development of a teaching model to increase the achievement in English reading by using task-based supplementary activities. Thesis. M.A. Bangkok : Silpakorn University.

Iswardati, A. (2016). The Implementation of Group Investigation to Improve the Students’ Speaking Skill. Journal of Education Dinamika Ilmu, Vol. 16 No.2, 245.

Kamphaeng Phet Technical College. (2020). Self-assessment report. (Self-Assessment Report : SAR). Kamphaeng Phet : Kamphaeng Phet Technical College.

Nahavandi, N. and Mukundan, J. (2013). Task-based Cycle in Listening Classes. International Journal of Applied Linguistics & English Literature, Vol. 2 No.2, 30.

Office of the Vocational Education Commission. (2017). Vocational Education Development Plan 2017-2036. Office of the Vocational Education Commission. Bangkok: Office of the Vocational Education Commission.

Office of the Vocational Education Commission. (2019). Vocational Certificate Program, B.E. 2562, Core competency subject category. Bangkok : Agricultural Cooperative Community Printing of Thailand Ltd.

Thappan, P. (2017). The development of English reading comprehension exercises by using task-based learning activities For Mathayomsuksa 6 students. Bangkok : Silpakorn University.

Willis, J. (1998). A Framework for Task-Based Learning. Harlow, Essex : Longman.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

เนวะมาตย์ จ. (2023). การพัฒนารูปแบบการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษสำหรับงานช่างอุตสาหกรรม โดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นภาระงาน (Task-Based Learning) ร่วมกับเทคนิคการสอนแบบสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่ม (Group Investigation) เพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษ ฯ. Journal for Developing the Social and Community, 10(1), 677–694. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/261693

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย