การจัดการความเสี่ยงด้านการตลาดของธุรกิจรถยนต์
คำสำคัญ:
ความเสี่ยง, การจัดการความเสี่ยง, การตลาด, ธุรกิจรถยนต์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์1) เพื่อพรรณนาบริบทการจัดการความเสี่ยงด้านการตลาดของธุรกิจรถยนต์2) เพื่อระบุปัญหาการจัดการความเสี่ยงด้านการตลาดของธุรกิจรถยนต์ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการความเสี่ยงด้านการตลาดของธุรกิจรถยนต์โดยทำการศึกษาในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้บริหารในธุรกิจรถยนต์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการฝ่ายบริหาร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 15 รายใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์ เป็นการสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งมีแบบแผน การสังเกตการณ์ใช้การสังเกตการณ์ทั้งแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม และการรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์แบบแก่นสาระ
ผลการวิจัยพบว่า 1) บริบทการจัดการความเสี่ยงด้านการตลาดของธุรกิจรถยนต์ องค์กรมีนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงแต่ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนและไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความเสี่ยงโดยเฉพาะ อาศัยการควบคุมดูแลสถานการณ์จากผู้บริหารระดับสูง และติดตามผลการดำเนินงานองค์กรภาพรวมภายใต้การดูแลจากองค์กรต้นสาย (สำนักงานใหญ่) เป็นระยะๆ เท่านั้น โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเน้นย้ำและปรับการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 2) ปัญหาการจัดการความเสี่ยง ด้านเศรษฐกิจพบว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจมีผลต่อการจัดการความเสี่ยง ด้านเทคโนโลยีพบว่าผู้บริโภคยังมีแรงต้านต่อเทคโนโลยีใหม่มีผลต่อการจัดการความเสี่ยง ด้านกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงพบว่าไม่มีปัญหาในการจัดการความเสี่ยง ด้านค่านิยมร่วมในการจัดการความเสี่ยงพบว่าองค์กรไม่มีการสร้างค่านิยมร่วมในการจัดการความเสี่ยง ด้านการสื่อสารพบว่ามีปัญหาในเรื่องขาดการสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษรทำให้เกิดความไม่ครบถ้วนในเนื้อหาที่สื่อสารระหว่างที่ทำการถ่ายทอดข้อมูล และ 3) แนวทางในการพัฒนาการจัดการความเสี่ยง ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในราคาที่จับต้องได้และร่วมมือกับสถาบันทางการเงินในการสร้างประสบการณ์ความคุ้มค่ารูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าด้านเทคโนโลยี ได้แก่ การสร้างโมเดลธุรกิจการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความคุ้นเคยและลดความกังวลที่เกิดขึ้นควบคู่กับการขยายสถานีชาร์จไฟให้คลอบคลุมและทั่วถึงด้านค่านิยมร่วม ได้แก่ การสร้างค่านิยมร่วมกันในองค์กรเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติและข้อกำหนดร่วมกันในองค์กร และด้านการสื่อสาร ได้แก่ การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารภายในองค์กร
เอกสารอ้างอิง
Baker, S., Ponniah, D., & Smith, S. (1999. “Survey of risk management in major U.K. companies”. Journal of Professional Issues in Engineering Education and Practice. 125(3) : 94–102.
Gray, C. F. & E. W. Larson. (2006). Project Management. Singapore: McGraw-Hill Companies, Inc.
Jirawatwong, K. (2019). “Risk management according to ISO 31000”. For Quality. 15(136) : 116-121.
Khamsuk, W. (2018). Factors Affecting Risks in Supply Chains of the Thai Automotive Industry. Business Review Journal. 10(2) : 123-141.
Komutsirikun, S. (2021. “The vision of PEA and the future of electric cars”. MCU Haripunchai Review. 4(2) : 71-85.
Kosiyachinda, S. (1998). Risk Assessment of Computer Projects. Bangkok : Xpernet.
Maneenak, J. et al. (2005). Enterprise Risk Management from Principle to Practice. Bangkok : Final Printing Co., Ltd.
Ngamsuwanchai, K. (2015). “Improving communication skills of employees in cross-border logistics service providers to increase operational efficiency ”. UMT Poly Journal. 18(2) : 14-26.
Phromsri, C. (2007). Risk Management. Bangkok : Offset Creation Co., Ltd.
Ratanasuwan, W. (2001). “Reducing losses through risk management”. Journal of Business Administration. 35(7) : 75.
Thipprathum, C. & Supanalai, P. (2017). “The role of human resource management in the dimension of risk management”.Journal of graduate studies Valaya Alongkorn Rajabhat University. 11(3) : 224-245.
Wilson, J. (1999). Risk Reviews and Using Risk Management Strategy.Oxford: Butterwort Heinemann.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 ปาณัสม์กัญ เทียนฉาย, เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์, ฐิติมา โห้ลำยอง, สุพัตรา ยอดสุรางค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
