การศึกษาทักษะการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐานของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชา ส 16101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านก้านเหลืองดง

ผู้แต่ง

  • เนติธร สุคำภา
  • อังคณา ตุงคะสมิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

ทักษะการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์, การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน , แหล่งเรียนรู้ในชุมชน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทักษะการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชา ส 16101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน โดยให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชา ส 16101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน โดยให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านก้านเหลืองดง ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 18 คน โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research Design) แบบกลุ่มเดียว วัดผลหลังเรียน (One Shot Case Study Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน 2) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

            ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน มีคะแนนทักษะการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ เฉลี่ยเท่ากับ 59.78 คิดเป็นร้อยละ 74.73 และมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 77.77 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทาง      การเรียน เฉลี่ยเท่ากับ 21.61 คิดเป็นร้อยละ 72.03 และมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 77.77 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ( = 4.69, S.D. =0 .51) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจระดับมากที่สุดในทุกด้าน โดยเรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านครูผู้สอน      ( = 4.83, S.D. = 0.37) ด้านสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน ( = 4.79, S.D. = 0.39) ด้านการจัดการเรียนการสอน ( = 4.71, S.D. = 0.46) ด้านเนื้อหา ( = 4.60, S.D. = 0.62) และด้านการวัดการประเมิน ( = 4.51, S.D. = 0.69) ตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

Chankani, K. et al. (2010). Executive summary recidivism of children and youth in Property offenses in Thailand: guidelines for prevention and corrected based on factors predictor in criminology. Bangkok: Office of Justice Affairs.

Diamanto, F., and Christos, G. (2010). Project-based learning in primary schools: effects on pupils' learning and attitudes. Education 3-13, 39(1), 35-47.

Dechakup, P. (2017). Teaching children to do projects. Teaching teachers to do research in the classroom. Guidelines for creating Thai people 4.0. (3rded.). Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Mangkhang, C. (2018). Knowledge of Curriculum and Teaching in Social Studies. (2nd ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Makkasaman, W. (2007). Project-based teaching. Bangkok : Chulalongkorn University .

Ministry of Education Thailand. (2008). Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (A.D. 2008). Bangkok: The Teachers Council Of Thailand.

Office of the Education Council. (2017). The National education plan B.E. 2560-2579. Bangkok: Office of the Education Council.

Pornkun, C. (2011). Teaching Thinking Process: Theory and Implementation. Bangkok: Chulalongkorn University Press.

Roy, H. (2019). The problem of projects: reconceptualising the use of Project-based Learning in Media Practice Education. England: University of Portsmouth.

Tangkhunanan, P. (2015). Classroom management and Learning resources. (4thed.). Bangkok: Mean Service Supply Limited Partnership.

Toomthong, B. (2007). Guidelines for the development of teaching thinking process. Bangkok: Mahasarakham University.

Torrance, E.P. (1965). Rewarding Creative Behavior. New Jersey: Prentices Halls.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-04-25

รูปแบบการอ้างอิง

สุคำภา เ., & ตุงคะสมิต อ. . (2023). การศึกษาทักษะการคิดแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบโครงงานร่วมกับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐานของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชา ส 16101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านก้านเหลืองดง. Journal for Developing the Social and Community, 10(1), 407–422. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/261300

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย