ผลการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทน ในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • อนุสรา จันทรประทักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
  • พรชัย ผาดไธสง มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น กับเกณฑ์ร้อยละ 75 และ 3) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 14 คน โรงเรียนบ้านหนองนาสร้าง (ราษฎร์บูรณะ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น และ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การคำนวณหาประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) และ การคำนวณหาประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2)

ผลการวิจัย  พบว่า

  1. การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น โดยรวมมีประสิทธิภาพ 75.58/75.95 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75
  2.   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น คิดเป็นร้อยละ 75.95 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 75

               2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น มีความคงทนในการเรียนรู้หลังเรียนเสร็จไปแล้ว 2 สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ 80.95

เอกสารอ้างอิง

Chuenjit, T. (2013). The Development of Learning Outcomes on Mechanical Waves in the Mathayomsuksa 5th Science Subject Group by Using a 5-Step Knowledge Search Cycle Combined with STAD Technique. 5. Maha Sarakham: Maha Sarakham Rajabhat University.

Kantiya, P. (2016). The development of analytical thinking skills by using a 5-step ladder-based learning management in science subjects. of junior high school students. Chiang Mai: Chiang Mai Rajabhat University.

Khopthong, K. & Pitak, N. (2016). A Study of Analytical Thinking Ability. and academic achievement Social Studies Course Using Big Five Learning for Mathayomsuksa 5 Students. Khon Kaen : Khon Kaen University.

Mahayothi, P. & Piasiri, S. (2020). The development of analytical thinking abilities and academic achievement. Geography of Mathayomsuksa 5 students by using a 5-step learning process in conjunction with graphical planning techniques. Khon Kaen: Khon Kaen University.

Ministry of Education. (2008). Basic Education Core Curriculum 2008, Office of the Basic Education Commission. Bangkok: Agricultural Cooperative Community Printing House of Thailand.

Phokhee, T. (2012). The effect of using multimedia games to improve memory and retention of English vocabulary of grade 6 students at Wat Chinwararam School. Pathum Thani: Rajamangala University of Technology Thanyaburi.

Watcharapichitchai, T. (2015). A Comparison of Achievement and Retention in Vocabulary Learning. English for grade 5 students with teaching using games and flashcards. Chanthaburi: Rambhai Barni Rajabhat University.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-04-28

รูปแบบการอ้างอิง

จันทรประทักษ์ อ., & ผาดไธสง พ. (2023). ผลการจัดการเรียนรู้แบบบันได 5 ขั้น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทน ในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 . Journal for Developing the Social and Community, 10(1), 599–614. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/261039

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย