การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดกิจกรรมแนะแนวยุคดิจิทัล ของครูประจำชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ผู้แต่ง

  • วรุตม์ เขจรสัตย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ทิพาพร สุจารี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ณัฐฎชัย จันทชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

หลักสูตรฝึกอบรม , การจัดกิจกรรมแนะแนว , ยุคดิจิทัล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดกิจกรรมแนะแนวยุคดิจิทัลของครูประจำชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 3) นำหลักสูตรไปใช้ และ 4) ศึกษาประสิทธิผลของหลักสูตร การวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะได้แก่ระยะที่ 1 และ 2 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมโดย การวิเคราะห์ข้อมูลเอกสาร สำรวจปัญหาการจัดกิจกรรมแนะแนว และความต้องการในการฝึกอบรมระยะที่ 3 การนำหลักสูตรไปใช้กลุ่มเป้าหมายซึ่งคือ ครูที่สอนการจัดกิจกรรมแนะแนว จำนวน 20 คน และระยะที่ 4 การประเมินประสิทธิผลของหลักสูตร สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (One-Samples t-test )

             ผลการวิจัยพบว่า

  1. การศึกษาสภาพปัญหาในการจัดกิจกรรมแนะแนวและความต้องการในการฝึกอบรมพบว่า ครูมีปัญหาในการจัดกิจกรรมแนะแนวยุคดิจิทัล และต้องการให้จัดการฝึกอบรมในด้านการจัดกิจกรรมแนะแนวและการติดตามประเมินผู้เรียนในระดับมาก
  2. หลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยหลักการ จุดประสงค์ เนื้อหาสาระ การจัดกิจกรรมฝึกอบรม สื่อ และแหล่งการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล การประเมินคุณภาพของหลักสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า หลักสูตรและเอกสารประกอบหลักสูตรมีความสอดคล้องและความเหมาะสมในระดับมากสามารถนำไปใช้ในการฝึกอบรมได้
  3. เมื่อนำหลักสูตรไปใช้พบว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมแนะแนวยุคดิจิทัลโดยทุกคนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 และมีความพึงพอใจภาพรวมในระดับมาก
  4. ผลการจัดทำแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวพบว่าครูทั้ง 3 คนสามารถจัดทำแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวได้ในระดับดีมาก และผู้เรียนมีความเห็นต่อการจัดกิจกรรมแนะแนวของครูอยู่ในระดับดี

เอกสารอ้างอิง

Chonpracha, S. (2007) The development of a non-formal education training curriculum for teachers in basic education institutions under the Office of Chiang Rai Educational Service Area Office 2. Bangkok: Srinakharinwirot University.

Khaemmanee, T. (2002). Science of teaching. Bangkok : Chulalongkorn University.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

Ministry of Education. (2008). Basic Education Core Curriculum 2008. Bangkok: Thailand Agricultural Cooperative Assembly Printing House.

Ministry of Education. (2019). Policy and focus of education management of the Ministry of Education, fiscal year 2019. [Online]. http///www.moe.go.th/webem/2518/5/449.html

April 2020]

Satawut, N. (2017). Curriculum Development. Bangkok : Ramkhamhaeng University.

Sukprasert, P. (2002). Seminar on District Agriculture/District Agriculture/Head of Planning Department. Bangkok: Training Division.

Upamaithichai, T. (2014). Fundamentals of Educational Management. Bangkok : Chulalongkorn University.

Utranan, S. (1989). Fundamentals and principles of curriculum development. (3rd ed). Bangkok: Mit Sahai Printing House.

Wongyai, W. (2011). Curriculum development in higher education. Bangkok : R and Print.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-25

รูปแบบการอ้างอิง

เขจรสัตย์ ว. . ., สุจารี ท., & จันทชุม ณ. (2022). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดกิจกรรมแนะแนวยุคดิจิทัล ของครูประจำชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. Journal for Developing the Social and Community, 9(3), 289–308. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/259055

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย