การนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 2560-2564 มาปฏิบัติในจังหวัดอุดรธานี
คำสำคัญ:
สภาพการณ์การดำเนินการ, ปัญหาและอุปสรรค, ผลการดำเนินงานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลของการนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 2560-2564 มาปฏิบัติในจังหวัดอุดรธานี 2) ศึกษาสภาพการณ์การดำเนินการ ปัญหาและอุปสรรคในการนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 2560-2564 มาปฏิบัติในจังหวัดอุดรธานี 3) ศึกษาแนวทางการปรับปรุงการนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 2560-2564 มาปฏิบัติในจังหวัดอุดรธานี ใช้การวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods) ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างเป็นพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี จำนวน 140 รูป เครื่องมือเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์โดยใช้ค่าทางสถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviations) ผลจากการศึกษาพบว่า
1. ผลการดำเนินงานของการนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 2560 - 2564 มาปฏิบัติในจังหวัดอุดรธานี เรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัดและพระสงฆ์ พบว่า พระสังฆาธิการ มีความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.86, SD = 0.79) เรื่องปัญหาของพระสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย พบว่า พระสังฆาธิการ มีความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.82, SD = 0.7) เรื่องการทำพระธรรมวินัยให้วิปริตและการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย พบว่า พระสังฆาธิการ มีความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.83, SD = 0.7) เรื่องเรื่องฝ่ายอาณาจักรที่จะต้องเข้าไปสนับสนุน ปกป้องคุ้มครองกิจการฝ่ายศาสนจักร พบว่า พระสังฆาธิการ มีความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.95, SD = 0.75)
2. สภาพการณ์การดำเนินการของการนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 2560-2564 มาปฏิบัติในจังหวัดอุดรธานี พระสงฆ์ส่วนมากมีความเข้าใจและมีความรู้ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ที่เกี่ยวกับเรื่องแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา แต่มีบางส่วนที่ได้ปฏิบัติตามและขาดความรู้บ้างเล็กน้อย
- ปัญหาและอุปสรรคของการนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนามาปฏิบัติ มีพระสงฆ์บางรูปแสดงสถานภาพทางเศรษฐกิจสูง ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ทรัพย์สินของวัดไม่มีการแสดงบัญชีทรัพย์สินให้พุทธศาสนิกชนได้รับรู้ถึงที่มาที่ไปของเงินบริจาค ไม่มีการตรวจสอบความโปร่งใส ประพฤตินอกลู่นอกทาง ประพฤติไม่เหมาะสม ทั้งนี้เพราะไม่มีความรู้ในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างชัดเจน สั่งสอนประชาชนตามความเข้าใจของตัวเองที่คิดว่าถูกต้อง หรือสอนตามแบบอย่างโบราณาจารย์ที่เคยสั่งสอนกันมาจากอดีต มีการดัดแปลงหลักธรรม คําสอนนั้นให้เอื้อประโยชน์แก่ตนเอง สร้างความเข้าใจผิดแก่พุทธศาสนิกชนผู้เคารพนับถือและปฏิบัติตามจนเข้าใจว่านั้นคือพระพุทธศาสนาที่แท้จริง องค์กรทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการกิจการพระพุทธศาสนาให้เรียบร้อยดีงามได้ องค์กรทางพระพุทธศาสนาขาดความทันสมัย แก้ไขปัญหาได้ไม่ทันท่วงที
3. แนวทางการปรับปรุงการนำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาปี พ.ศ. 2560 -2564 มาปฏิบัติในจังหวัดอุดรธานี ควรให้พระสงฆ์ผู้ปกครองหรือพระสงฆ์ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระวินยาธิการ สอบสวนและลงโทษกันเองตามพระธรรมวินัยในทางพระพุทธศาสนาไม่ให้ทางหน่วยงานของรัฐเอามาแทรกแซงในการบริหารกิจการทางคณะสงฆ์แต่ให้ความร่วมมือหรือสนองงานคณะสงฆ์ในคราวที่คณะสงฆ์ให้เข้ามาช่วยเหลือให้เต็มที่ ทั้งนี้ควรให้พระสงฆ์มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการคัดเลือกผู้ที่เอามาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Chansom, N. (2012). Research report on Financial management of temples in Thailand. Bangkok : Faculty of Economic Development, National Institute of Development Administration.
Chantarasorn, C. (1984). Implementation of policies, model and values. NIDA Development Journal, 24 (4), 535-554.
Meeruk, S. (2016). A study of the role of monks in the administration of Sangha affairs. Samut Prakan Province. SSRU Graduate Studies Journal. 9(2).
Phra Sri Satchayan Muni. (2019). Development of a model for the administration of Sangha affairs in Chaiyaphum Province. Journal of Graduate MCU KhonKaen Campus 143-155
Phra Thep Rattanasuthi (Somsak Chotintharo). (2011). The role of the Sangha Administration in the administration of Pathum Thani Province. Phra Nakhon Si Ayutthaya : Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Phrakru Prayutpunyakorn (Boonyong Kaviso). (2011). Opinions of Buddhists towards the management of welfare education in Pathumwan District. Phra Nakhon Si Ayutthaya : Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
