แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด โดยภาคประชาสังคม ตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์
คำสำคัญ:
water resource management, public participation, reservoirบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการณ์ ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด ตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ (2) วิเคราะห์ศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด ตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ (3) หาแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด ตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยใช้ การวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมกลุ่มย่อย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์และแบบสนทนากลุ่ม กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้ คือ กลุ่มผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ จำนวน 1 คน คณะกรรมการกลุ่มบริหารการใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด จำนวน 15 คน และประชาชนผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 10 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง ผลการวิจัยพบว่า
- สภาพการณ์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด คณะกรรมการกลุ่มบริหารการใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด ได้เข้ามาบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด โดยมีการตั้งกฎ ระเบียบ ของกลุ่มขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการกลุ่มฯ มีอำนาจในการควบคุมสมาชิกฯ มีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำคุ้มค่าลงทุน สามารถควบคุมการใช้น้ำอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม โดยมีการวางแผนก่อนการบริหารจัดการน้ำในทุกขั้นตอน มีการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม ปรับปรุงแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกลุ่มที่เข้มแข็ง สามารถบริหารงาน พัฒนาอาชีพ มีรายได้ มีกิน มีใช้ และเพื่อให้มีการอนุรักษ์น้ำ และสิ่งแวดล้อม
- วิเคราะห์ศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสะทด เพื่อนำไปสู่แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพ จุดแข็งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ คือ คณะกรรมการเข้มแข็ง ส่งน้ำได้ตามแผนการส่งน้ำ
ที่วางไว้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน จุดอ่อน คือ การขาดงบประมาณ การขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และการที่ประชาชนผู้ใช้น้ำไม่เข้าใจวิธีการปฏิบัติตนในการใช้น้ำ โอกาส คือ รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดหา พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ โครงการช่วยเหลือของรัฐ และฝนตกตามฤดูกาล อุปสรรค คือ สภาพอากาศ
ที่แปรปรวน การลักขโมยเปิด – ปิดบานประตูน้ำ และความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน - แนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ อ่างเก็บน้ำห้วยสะทด ตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์
มีแนวทาง ดังนี้ (1) ร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานให้มีศักยภาพในการกักเก็บน้ำและปล่อยน้ำให้มีประสิทธิภาพ
(2) ร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม (3) ร่วมกันวางแผนการใช้น้ำแบบบูรณาการ เพื่อ
กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูที่ขาดแคลน (4) เพิ่มช่องทางการให้ความรู้เรื่องการใช้น้ำ (5) เพิ่มช่องทางในการจัดหางบประมาณ และ
(6) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
เอกสารอ้างอิง
Benjawan, J. (2009). Development and use of natural resources, water resources. Life and the environment. Lopburi : Thepsatri Rajabhat University.
Bunmathiwat, T. (2017). Water Resources Management for Agriculture of Ban Muang Chang Nuea Farmers Group, Mueang Chang Subdistrict, Phu Pieng District, Nan Province. Nonthaburi : Sukhothai Thammathirat Open University.
Cohen, J.M., & Uphoff, N.T. (1981). Rural Development Participation: Concept and Measure For Project Design Implementation and Evaluation : Rural Development Committee Center for international Studies. New York: Cornell University Press.
Maiklat, P. (1998). Water resource management. Bangkok: Agricultural Cooperative Society of Thailand Printing House.
Ngamlamom, W. (2016). Theory of Participation. [Online]. http://learningofpublic.blogspot.com/2016/02/blog-post_79.html [24 March 2021]
Phanrat, P. (2015). Effectiveness of water resource management for agriculture in the Chi River Basin. Pathum Thani : Valaya Alongkorn Rajabhat University under the royal patronage.
Santiniyom, P. (2021). Water management according to good governance. Journal of MCU Nakhondhat, 8(1), 20-32.
Wuthiwanich, W. (1996). Applied Hydrology. Nakhon Pathom : Kasetsart University Kamphaeng Saen Campus.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
