ภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูสังกัด อาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • เสาวคนธ์ บุญญประภา วิทยาลัยนครราชสีมา
  • สุนทร โคตรบรรเทา วิทยาลัยนครราชสีมา

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำ, การบริหารการศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ จำแนกตาม ประสบการณ์การสอนและขนาดของโรงเรียน ประชากรในการวิจัย ได้แก่ ข้าราชการครูในโรงเรียน สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 310 คนเลือกโดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายแบบมีสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.60-1.00 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที (Independent Samples) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่

    ผลการวิจัยพบว่า

  1. ภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการดูแลรับผิดชอบ ด้านการฟัง ด้านการสร้างชุมชน ด้านการตระหนักรู้ ด้านการโน้มน้าว ด้านการเยียวยาจิตใจ ด้านการมุ่งมั่นพัฒนาให้เติบโต ด้านการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ด้านการสร้างมโนภาพ และ ด้านการมองการณ์ไกล ตามลำดับ
  2. ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่

    2.1 ข้าราชการครูที่มีประสบการณ์การสอนต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่โดยรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และด้านการมองการณ์ไกลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านอื่นที่เหลือไม่แตกต่าง

    2.2 ข้าราชการครูที่มีปฏิบัติงานในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกันมีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ด้านการเยียวยาจิตใจ ด้านการตระหนักรู้ ด้านการโน้มน้าว ด้านการสร้างมโนภาพ ด้านการมองการณ์ไกล ด้านการดูแลรับผิดชอบ ด้านการมุ่งมั่นพัฒนาให้เติบโต และด้านการสร้างชุมชน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ยกเว้นด้านการฟังไม่แตกต่างกัน

 

 

เอกสารอ้างอิง

Chaiyaphueak, B. (2007). A Study of Servant Leadership and Atmosphere of Catholic Schools under the Congregation of the Infant Jesus. Krung : Srinakharinwirot University.

Champanil, S. (2006). Transformative Leadership of School Administrators. Under the Office of Khon Kaen Educational Service Area 5. Loei : Loei Rajabhat University

Krejcie, Robert V. and Morgan, Daryle W. (1970, Autumn). “Determining Sample Size For Research Activity,” in Journal of Education and Psychological Measurements. Vol. 30 (No.3): P. 607-610.

Mandonruen, S. (2007). Transformative Leadership of School Administrators. Under the Office of Khon Kaen Educational Service Area 3. Loei : Loei Rajabhat University.

Saiyod, L. & Saiyod, A. (1993). Educational research techniques. Bangkok: Academic Promotion Center.

Srisuwan, N. (2008). The relationship between executive leadership and job satisfaction of government teachers. private kindergarten Udon Thani Province. Udon Thani : Udon Thani Rajabhat University.

Thaweerat, P. (1997). Research methods in behavioral and social sciences. (7th ed). Bangkok: Srinakharinwirot University.

Wisetla, S.(2007). Transformative Leadership of School Administrators Under the Office of Khon Kaen Educational Service Area 4. Loei : Loei Rajabhat University.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-27

รูปแบบการอ้างอิง

บุญญประภา เ., & โคตรบรรเทา ส. . (2022). ภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูสังกัด อาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่. Journal for Developing the Social and Community, 9(3), 439–450. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/256144

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย