คุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตำบลป่าอ้อ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
คำสำคัญ:
คุณภาพชีวิต, ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่, จังหวัดอุทัยธานีบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยส่วนบุคคล 2) ปัจจัยทางเศรษฐกิจ 3) ปัจจัยการมีส่วนร่วมของเกษตรกร4) ปัจจัยการได้รับการสนับสนุน 5) คุณภาพชีวิตของเกษตรกร 6) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในกระบวนการดำเนินงานของกลุ่มตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่และการได้รับการสนับสนุนจากการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่กับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตำบลป่าอ้อ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตำบลป่าอ้อ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 330 ราย กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตร krejcie & Morgan ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 178 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ข้อมูลสถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุดและค่าต่ำสุด และสถิติอนุมาน ได้แก่ ไคสแควร์
ผลการวิจัย พบว่า 1) เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 56.7 อายุเฉลี่ย 56.48 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 58.4 มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 71.3 สมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 3.80 คน ประสบการณ์ในการปลูกมันสำปะหลังเฉลี่ย 20.23 ปี เป็นสมาชิกกลุ่ม 5 กลุ่ม ร้อยละ 37.1 2) เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเฉลี่ย 20.21 ไร่ ลักษณะการถือครองพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นของตนเอง ร้อยละ 69.1 แรงงานในการปลูกมันสำปะหลังทั้งหมดเฉลี่ย 14.65 คน ลักษณะการใช้แรงงานในการปลูกมันสำปะหลังใช้แรงงานในครัวเรือนและแรงงานจ้าง ร้อยละ 78.6 รายจ่ายในการปลูกมันสำปะหลังเฉลี่ย 4,406.99 บาท/ไร่ รายได้จากการปลูกมันสำปะหลังเฉลี่ย 7,843.54 บาท/ไร่ หนี้สินเฉลี่ย 363,192.7 บาท มีแหล่งเงินทุน 2 แหล่ง ร้อยละ 38.2 3) เกษตรกรมีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินงานของกลุ่มตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 4 ด้าน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านการกำหนดประเด็นการเรียนรู้ ร้อยละ 46.1 มีส่วนร่วมในการดำเนินงานในด้านการเข้าประชุมกลุ่ม ร้อยละ 94.9 มีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ในด้านการได้รับความรู้และสามารถลดต้นทุนการผลิตจากการที่กลุ่มฯได้มีการจัดอบรมให้ความรู้ ร้อยละ 78.7 และมีส่วนร่วมในการประเมินผล ในด้านการติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการเกี่ยวกับการบริหารจัดการกลุ่มฯ ร้อยละ 24.2 4) เกษตรกรได้รับการสนับสนุน4 ด้าน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในด้านกระบวนการผลิตมันสำปะหลังตั้งแต่การปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวร้อยละ 88.8 เกษตรกรได้รับการศึกษาดูงานในด้านการเสริมสร้างความรู้การผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังอินทรีย์ร้อยละ36.0 ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตโดยได้รับการสนับสนุนปุ๋ยเคมีร้อยละ 50.6และได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดโดยมีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตที่แน่นอนร้อยละ89.3 5) เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างมีคุณภาพชีวิตเฉลี่ยสูงสุดด้านความสัมพันธ์ทางสังคม รองลงมา คือด้านการทำงาน ด้านการศึกษา และด้านเศรษฐกิจ ( = 2.76, = 2.49, = 2.36 และ = 2.25 ตามลำดับ) 6) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า 1) ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านเพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส และประสบการณ์ในการปลูกมันสำปะหลัง พบว่ามีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2)ปัจจัยทางเศรษฐกิจด้านรายจ่าย รายได้ในการปลูกมันสำปะหลัง และแหล่งเงินทุน มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3)ปัจจัยการมีส่วนร่วมของเกษตรกร ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 4)ปัจจัยการได้รับการสนับสนุนฯ ด้านการได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมและการได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และการได้รับการสนับสนุนในการศึกษาดูงานและการได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
Akakul, T. (2000). Research Methods in Behavioral Sciences and Social Sciences. Ubon Ratchathani: Ubon Ratchathani Rajabhat University.
Kosol, K. (2012). Quality of life of rubber farmers in the recession era : a case study of Surat Thani Province and Nakhon Si Thammarat. Bangkok: National Institute of Development Administration.
Lan Sak District Agriculture Office Uthai Thani Province. (2018). Pa Or Subdistrict Development Plan 2018 – 2022. Uthai Thani: Lan Sak District Agriculture Office Uthai Thani Province.
Ministry of Agriculture and Cooperatives. (2016). A large-scale agricultural extension system operation manual. Bangkok: Ministry of Agriculture and Cooperatives.
Ministry of Agriculture and Cooperatives. (2017). Agricultural and Cooperative Strategy for 20 years (2017 – 2036). Bangkok: Ministry of Agriculture and Cooperatives.
National Rural Development Coordination Center. (1989). Rural Development Management System Manual. Bangkok: United Producttion Press Co.,Ltd.
Office of the Permanent Secretary. (2021). Information and guidelines for the integrated civil service inspection in the overview of the inspector general. key policy issues: Agriculture creates value. Bangkok: Office of the Permanent Secretary.
Ratana, C. (2016). Quality of life of fish farmers in Bang Sao Thong Subdistrict, Bang Sao Thong District, Samut Prakan Province. Chonburi: Burapha University.
Rodthatsana, S. (2007). The Good-being of the people in the area of the Huai Sai Royal Development Study Center Project, Cha-am District, Phetchaburi Province. Bangkok: Thammasat University.
Romyen, L. (2018). Development of the quality of life of farmers under the project to change unsuitable rice planting to alternative agriculture in Lue Amnat District, Amnat Charoen Province. Sakon Nakhon: Sakon Nakhon Rajabhat University.
UNESCO. (1978). Indicator of Environmental Quality of Life. Research and Papers in Social Science, no.38. Paris: UNESCO.
Uthai Thani Provincial Agriculture Office. (2019). Farmers database of large-scale agricultural extension projects. Uthai Thani: Uthai Thani Provincial Agriculture Office.
Uthai Thani Provincial Agriculture Office. (2021). Farmers Registration Database. [Online]. http://www.farmer.doae.go.th/ [4 April 2021]
Uthai Thani Provincial Office. (2018). Uthai Thani Province Development Plan 2018 – 2021. Uthai Thani: Uthai Thani Province Development Plan.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
