การบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ
คำสำคัญ:
องค์กรแห่งการเรียนรู้, การบริหารการศึกษาบทคัดย่อ
การศึกษา เรื่อง การบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกตามตำแหน่ง ตำแหน่งทางวิชาการ และประสบการณ์ในการทำงาน ประชากรเป็นบุคลากร ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ปีการศึกษา 2563 โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 329 คน จากการเทียบจำนวนประชากรทั้งหมดกับตารางกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สอบถามเกี่ยวกับ การบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.82 สถิติพื้นฐานที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานได้แก่ t-test , f-test และการทดสอบค่าเฉลี่ยรายคูโดยวิธีการเปรียบเทียบพหุคูณ ด้วยวิธีการของเซฟเฟ่
ผลการวิจัยพบว่า
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า การบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา อยู่ในระดับมากทุกข้อ
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกตามตำแหน่ง โดยรวมและรายด้านแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกตามตำแหน่งทางวิชาการ โดยรวมไม่แตกต่างกัน
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารการศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกประสบการณ์ในการทำงาน โดยรวมแตกต่างกัน และรายด้านแตกต่างกันในด้านการเรียนรู้ของสมาชิกในองค์กรด้านความมีสติ และด้านระบบการคิดของคนในองค์การ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
Angsuwan, P. (2018). September - December. Developing guidelines for learning organization in small basic educational institutions under the Office of Secondary Education Service Area 27. NRRU Community Research Journal. 12 (3).
Easterby‐Smith. (1997). Inter‐organizational knowledge transfer: Current themes and future prospects. Journal of management studie.s 45 (4), 677-690
ilpa-anan, S. (2017). An effective school reform process. Bangkok: Suttha Printing Toll Plaza.
Khamphabutr, P. (2017). Developing guidelines for developing educational institutions to become a learning organization in team learning. Under the Office of Kalasin
Primary Education Service Area 2. DPU graduate studies journal. 14(65).
Krcjce, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activity. Education and Psychological Measurement, 30(3), 608 - 610.
National Productivity Institute. (2015). Knowledge management from theory to practice. Bangkok : Jirawat Express.
Peter M. Senge. (2000). The Fifth Discipline : The Art and Practice of the Learning Organization. New York : Doubleday.
Ribiere, V. M. (2001). Knowledge management intiative successes as a function of organization culture. Washington: George Washington University
Ruamsuk, A. (2015). Romoting the learning organization of educational institution administrators. Under the Office of Kanchanaburi Primary Educational Service Area District 3. Kanchanaburi : Kanchanaburi Rajabhat University.
Sriprom, K. (2017) The Model of Small School Management in Chumphon Province to Become a Learning Organization. Bangkok : University of North Bangkok.
Srisa-ard, B. (2013). Preliminary research. Bangkok : Suwiriyasan.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
