ภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำแบบร่วมมือ, การบริหารการศึกษาบทคัดย่อ
การศึกษา ภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาและเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ในการทำงาน ประชากรเป็นบุคลากร ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ปีการศึกษา 2563 ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 346 คน จากการเทียบจำนวนประชากรทั้งหมดกับตารางกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 สถิติพื้นฐานที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานได้แก่ t-test ,F-test และการเปรียบเทียบพหุคูณตามวิธีของเชฟเฟ่ ผลการวิจัยพบว่า
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียน อยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจ ความสามารถในการควบคุม ดูแล และมอบหมายงาน ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกตามตำแหน่ง โดยรวมและรายด้านแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยรวมแตกต่างกัน และรายด้านแตกต่างกันในด้านความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์ ด้านความสามารถในการสร้างแรงจูงใจ และด้านความสามารถในการควบคุม ดูแล และมอบหมายงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- ความคิดเห็นของบุคลากรต่อภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวมแตกต่างกัน และรายด้านแตกต่างกันในด้านความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์ ด้านความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และด้านความสามารถในการควบคุม ดูแล และมอบหมายงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
Eknarachindawat, N. (2020). Leadership in development management. Bangkok : Suan Sunandha Rajabhat University.
Foihiran, U. (2015). Leadership of basic education administrators Under the Office of Chonburi Educational Service Area 1. Chachoengsao : Rajabhat Rajanagarindra University.
Krejcie & Morgan. (1970). Determining sample size for research activity. Education and Psychological Measurement, 30(3), 608 - 610.
Nilduangdee, W. (2010). Professional executives. Bangkok : Suwiriyasan Co., Ltd.
Olssen & Morris Mathew. (1997). Pathogenesis of Osteoarthritis In Kelley, et al (Eds), Textbook of rheumatology. (3rd ed)(pp.1469-1477). Philadelphin : W.B. Saunders.
Pansri, N. (2016). Leadership model that affects academic administration capacity of administrators of educational institutes under Roi Et Elementary Education Service Area Office 3. DPU Graduate Studies Journal. 13(60).
Phanthasen, A. (2015). Research Synthesis on Problems and Suggestions in Thai Educational Management Process: Issues on Educational Quality 1992-2015. Bangkok : Research Fund Office.
Robert Quinn. 2009. “A Spatial Model of Effectiveness Criteria,” Towards a Competing Values Approach to Organizational Analysis. Management Science. 29 (3): 363.
Srisa-ard, B. (2013). Preliminary research. Bangkok : Suwiriyasan Co., Ltd.
Sumpuang, K. (2015). An Analysis of the Relationship Between Collaborative Leadership of Educational Institution Administrators and Community Participation in Academic Administration of Educational Institutions. Under the Office of Phra Nakhon Si Ayutthaya Primary Educational Service Area District 1. DPU Graduate Studies Journal. 13(60).
Surakibvorn, S. (2014). Key competencies of professional managers. SNGSJ. 6( 12).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
