บทบาทผู้นำที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
บทบาทผู้นำ, บริการสาธารณะ, ประสิทธิผลบทคัดย่อ
สังคมมีการเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้นำทำหน้าที่ในการปกครองกลุ่มเพื่อนำชุมชนนั้นไปสู่ความเจริญก้าวหน้าหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุด จึงเป็นผลให้การปกครองท้องถิ่นมีบทบาทและความสำคัญเกิดขึ้น โดยการบริการสาธารณะที่จัดทำโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นภารกิจที่เป็นไปเพื่อสนองความต้องการของคนในท้องถิ่นนั้น จึงจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องมีบทบาทผู้นำเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตต่อไป
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) บทบาทผู้นำท้องถิ่นและประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร 2) ความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทผู้นำท้องถิ่นกับประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร 3) บทบาทผู้นำท้องถิ่นที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 4) แนวทางในการเสริมสร้างบทบาทผู้นำท้องถิ่นในการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร จำนวน 397 คน เครื่องมือวิจัยใช้แบบสอบถาม สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูนแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า
- บทบาทผู้นำท้องถิ่นภาพรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การเป็นผู้ประสานงาน การสร้างทีมงาน การเป็นนักพูดเจรจาต่อรอง การเป็นผู้ตัดสินใจ การเป็นผู้มองการณ์ไกล การเป็นผู้กระตุ้นจูงใจ การเป็นผู้แก้ปัญหา การเป็นผู้คิดวิเคราะห์ การเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร และการส่งเสริมสนับสนุน ประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาพรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การส่งเสริมคุณภาพชีวิต โครงสร้างพื้นฐาน การจัดระเบียบชุมชนและรักษาความสงบเรียบร้อย การบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การวางแผนการส่งเสริมการลงทุนพาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น
- บทบาทผู้นำมีความสัมพันธ์ระดับสูงทางบวกกับประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ การเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร การส่งเสริม สนับสนุน การสร้างทีมงาน การเป็นผู้กระตุ้นจูงใจ การเป็นนักพูดเจรจาต่อรอง และการเป็นผู้แก้ปัญหา ตามลำดับ ส่วนความสัมพันธ์ระดับปานกลางทางบวก ได้แก่ การเป็นผู้ประสานงาน การเป็นผู้มองการณ์ไกล การเป็นผู้ตัดสินใจ และการเป็นผู้คิดวิเคราะห์
- บทบาทผู้นำที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ การส่งเสริมสนับสนุน การเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร และการเป็นผู้กระตุ้นจูงใจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยบทบาทผู้นำทั้ง 3 ร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร ได้ร้อยละ 68.70
- แนวทางในการเสริมสร้างบทบาทผู้นำท้องถิ่นในการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นควรมีการประชุม สัมมนา จัดทัศนะศึกษานอกพื้นที่ ส่งเสริมการอบรมพัฒนาทักษะให้แก่ผู้นำท้องถิ่น ส่งเสริมการกระบวนการเรียนรู้ทักษะทางสังคม การใช้สื่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการประสานงานให้มีรูปแบบที่ทันสมัยและมีความรวดเร็ว ตลอดจนอบรมหลักกฎหมายด้านการบริหารงบประมาณและอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
Gibson, J. L., Ivancevich, J. M. & Donnelly, J. H. (1997). Organization: Behavior, Structure, Process. Boston: McGraw-Hil.
Jadaman, P. (2017). Leadership in the 4.0 Era in the 21st Century Dynamics. [Online]. https://www.kroobannok.com/83149. [ 25 August 2020]
Panphae, P. (2004). Leaders and Learning Organizations. University of the Thai Chamber of Commerce Journal. 24(3), 55-57.
Phuangthong, W. (2016). Community Development Effectiveness of Thap Tai Subdistrict Administrative Organization, Hua Hin District Prachuap Khiri Khan Province. Master’s Thesis: Rajamangala University of Technology Rattankosin.
Piyapatipat, T. (2012). Role of Local Leaders in Tourism Promotion of Mueang Pan District, Lampang Province. Master’s Thesis: Chiang Rai Rajabhat University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
