งานวิจัย การจัดการความรู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • มณีกานต์ ดวงแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
  • สุขุมวิทย์ ไสยโสภณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

คำสำคัญ:

การจัดการความรู้, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

บทคัดย่อ

          การจัดการความรู้ในองค์กรหน่วยงานของรัฐยิ่งมีความสำคัญมาก การจัดการความรู้ในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมีความจำเป็นที่ต้องใช้วิธีการจัดการความรู้ที่ดีได้รับความไว้วางใจเป็นที่ยอมรับของสังคมทุกระดับและสังคมโลก การจัดการความรู้มีจุดร่วมระหว่างกัน คือ การนำความรู้มาใช้พัฒนาความสามารถขององค์กรให้ได้มากที่สุด โดยมีขบวนการในการสรรหาความรู้เพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันไปยังบุคลากรได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และควรจัดให้มีกิจกรรมการกระจายความรู้จากบุคคลให้ทั่วทั้งองค์กร การจัดการความรู้และองค์กรแห่งการเรียนรู้เป็นหลักการเพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นในอนาคตทั้งในระดับบุคลากรและในภาพรวมขององค์กร ซึ่งภาพรวมของการจัดการความรู้ คือ ต้องการให้เกิดการพัฒนาคุณภาพขององค์กร และวัตถุประสงค์งานวิจัยในครั้งนี้ 1)การจัดการความรู้และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการความรู้กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3) เพื่อหาแนวทางพัฒนาการจัดการความรู้ในการส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นการวิจัย เชิงปริมาณ ประชากร ได้แก่ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน (LPA) กลุ่ม A (ดีเด่น) 5 อันดับแรก ผู้วิจัยสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้ความน่าจะเป็น มีกลุ่มตัวอย่างมีทั้งหมด 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า 1) การจัดการความรู้และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้วิจัย พบว่า การจัดการความรู้และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาพ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการสร้างและแสวงหาความรู้ ด้านการจัดความรู้ให้เป็นระบบ ด้านการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ ด้านการเข้าถึงความรู้ ด้านการประมวลและกลั่นกรองความรู้ ด้านการเรียนรู้ และด้านบ่งชี้ความรู้ 2) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์การจัดการความรู้กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์ ระดับทางลบ เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า การสร้างและแสวงหาความรู้ การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ การประมวลและกลั่นกรองความรู้ การจัดความรู้ให้เป็นระบบ การเข้าถึงความรู้ การเรียนรู้ การบ่งชี้ความรู้ มีความสัมพันธ์ระดับทางลบ กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี 3) แนวทางในการพัฒนา หน่วยงานควรจัดทำคู่มือในการปฏิบัติงาน จัดอบรมหรือเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเพิ่มความรู้ สร้างระบบการจัดเก็บข้อมูลโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ให้เข้ากับการปฏิบัติงาน สร้างระบบการค้นหาเอกสารผ่านคอมพิวเตอร์ สร้างองค์ความรู้เพื่อการเรียนรู้ปรับวิสัยทัศน์มุมมองบุคลากรให้กระตื้อรื้อร้นในการเรียนรู้ปรับปรุงองค์กรการเรียนรู้ของบุคลากรจะทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ

เอกสารอ้างอิง

Jindawong, P. (2006). Knowledge management. Bangkok: CWC Printing.

Marquardt, M. J. (1996). Building the Learning Organization: A System Approach to Quantum Improvement and Global Success. New York: McGraw-Hill.

Muangchan, W., et al. (2005). knowledge management in educational institutions. Nakhon Pathom: Institute of Educational Administrators Development, Ministry of Education.

Plainbangyang, S. (2015). The effectiveness of the use of information technology in the performance of local government officials. Veridian E-Journal,Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and arts) Vol. 8 No. 3 (2015).

Thepho, C. (2020). The Influence of Employee Competencies Based on Mission that affect operational efficiency in the local government. Master’s Thesis: Burapha University.

Wongrattana, C. (2017). Techniques for using statistics to create research tools. [Online]. https://www. library.dmh.go.th › dublin. [29 March 2020]

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-08-27

รูปแบบการอ้างอิง

ดวงแก้ว ม., & ไสยโสภณ ส. . . (2021). งานวิจัย การจัดการความรู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี. Journal for Developing the Social and Community, 8(2), 169–192. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/250754

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย